เมื่อเริ่มแรกภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองรูปแบบและโครงสร้างรัฐสภาของไทยนั้น ใช้ระบบสภาเดียวซึ่งสภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก 2 ประเภทมาเป็นเวลา 14 ปี ในปี 2489 รูปแบบของรัฐสภาก็มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 ประเทศไทยเริ่มใช้ระบบ 2 สภาเป็นครั้งแรก โดยมีสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิกที่ได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน และพฤฒสภา (เปลี่ยนเป็น วุฒิสภา ภายหลังเมื่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 ประกาศใช้) ประกอบด้วยสมาชิกที่ได้รับการเลือกตั้งโดยสภาผู้แทนราษฎร ..........
ความจำเป็นที่ต้องมีพฤฒสภาตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 บัญญัติไว้ ก็เพื่อทำหน้าที่สภาทบทวนรับผิดชอบในการให้การรับรองการตรากฎหมายและญัตติอื่นที่ส่งมาจากสภาผู้แทนราษฎร นอกเหนือจากหน้าที่ทบทวนแล้ว พฤฒสภาอาจชะลอการออกกฎหมายให้ช้าลง เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรได้รับการพิจารณาอย่างถูกต้องเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน
พฤฒสภาภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 ประกอบด้วยสมาชิก 80 คน มาจากการเลือกตั้งโดยอ้อมโดย สภาเลือกพฤฒสภา เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2489 สภาเลือกพฤฒสภาประกอบด้วยสมาชิกจากสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 178 คน ที่ได้รับการเลือกตั้งโดยตรงมาจากประชาชนอีกทีหนึ่ง เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2489
รัฐสภาชุดนี้สิ้นสุดลงโดยการยึดอำนาจการปกครองประเทศเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 โดย คณะทหารของชาติ ภายใต้การนำของ พลโท ผิน ชุณหะวัณ และรัฐธรรมนูญฉบับที่ 4 ของประเทศ คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 ได้รับการประกาศใช้ต่อมา โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 นี้กำหนดให้รัฐสภาประกอบด้วย 2 สภา คือ วุฒิสภา (เปลี่ยนจาก พฤฒสภา เป็น วุฒิสภา นับแต่นั้น) ประกอบด้วยสมาชิกที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ และสภาผู้แทนราษฎรที่สมาชิกมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนด้วยระบบรวมเขตจังหวัด ถือจำนวนประชากร 200,000 คนต่อผู้แทน 1 คน
ในช่วงรัฐสภาชุดนี้ ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2491 เป็นผลให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492) อนึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492 กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ
ภายหลังการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2494 โดย คณะบริหารประเทศชั่วคราว ภายใต้การนำของจอมพล ป . พิบูลสงคราม รัฐสภาได้กลับมาเป็นสภาเดียวอีกครั้ง คือสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิก 2 ประเภท แต่ละประเภทมีจำนวน 123 คน
เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 ไม่สามารถใช้ได้กับสถานการณ์ขณะนั้น จึงได้ทำการแก้ไขและประกาศรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2495 รัฐธรรมนูญที่ประกาศใหม่นี้ กำหนดให้รัฐสภาเป็นสภาเดียว คือ สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิก 2 ประเภท คือ สมาชิกประเภทที่ 1 จำนวน 160 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2500 ในระบบรวมเขตจังหวัด ถือจำนวนประชากร 150,000 คนต่อผู้แทนราษฎร 1 คน และสมาชิกประเภทที่ 2 จำนวน 123 คน ซึ่งอยู่ในตำแหน่งต่อจากรัฐสภาชุดก่อน สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้สิ้นสุดโดยการยึดอำนาจการปกครองประเทศของคณะทหารภายใต้การนำของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2500
ภายหลังการยึดอำนาจการปกครองประเทศ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 (แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495) ยังคงใช้บังคับต่อไป และรัฐสภายังมีสภาเดียวคือสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิก 2 ประเภท คือ สมาชิกประเภทที่ 1 มีจำนวน 186 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรง สมาชิกประเภทที่ 2 มีจำนวน 121 คน มาจากการแต่งตั้ง สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้สิ้นสุดลงโดยการยึดอำนาจการปกครองประเทศของคณะทหารซึ่งเรียกตนเองว่าคณะปฏิบัติภายใต้การนำของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2501 และมีการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502 แทนฉบับเดิม
ธรรมนูญการปกครองแห่งราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502 กำหนดให้รัฐสภามีสภาเดียว คือ สภาร่างรัฐธรรมนูญ มีจำนวนสมาชิก 240 คน มาจากการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2502 สภาร่างรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่ถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2511 สิ้นสุดลงโดยการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511
ระบบสองสภาได้รับการนำกลับมาใช้อีกครั้งภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511 วุฒิสภามีสมาชิกจำนวน 164 คน มาจากการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ เป็นจำนวน 3 ใน 4 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีจำนวน 219 คน รัฐสภาชุดนี้สิ้นสุดลงโดยการยึดอำนาจการปกครองประเทศของคณะปฏิบัติภายใต้การนำของ จอมพล ถนอม กิตติขจร เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514 เป็นผลให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511 วุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร และคณะรัฐมนตรีสิ้นสุดลง
ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515 ประกาศใช้ในเวลาต่อมา กำหนดให้มีสภาเดียว คือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีจำนวนสมาชิก 299 คน มาจากการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2515 หลังจากเหตุการณ์วันมหาวิปโยค 14 ตุลาคม 2516 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ลาออกจากตำแหน่ง 288 คน ในวันที่ 16 ธันวาคม 2516 จึงได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
รัฐสภาชุดต่อมาเริ่มปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2516 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญ มีสมาชิกจำนวน 299 คน มาจากการเลือกตั้งของสมัชชาแห่งชาติซึ่งมีจำนวน 2,347 คน ตามพระบรมราชโองการตั้งสมัชชาแห่งชาติ ลงวันที่ 10 ธันวาคม 2516 โดยให้สมาชิกสมัชชาแห่งชาติเลือกตั้งกันเอง เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2516 และพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติตามมติของสมัชชาแห่งชาตินั้น เพื่อทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่จนถึงวันที่ 25 มกราคม 251 8 สิ้นสุดลงโดยการเลือกตั้งทั่วไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517
ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517 กำหนดให้รัฐสภามี 2 สภา ประกอบด้วยวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร โดยสมาชิกวุฒิสภามีจำนวน 100 คน มาจากการแต่งตั้ง ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจำนวนไม่น้อยกว่า 240 มาจากการเลือกตั้ง เมื่อมีการยึดอำนาจการปกครองของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินภายใต้การนำของ พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 สภานิติบัญญัติจึงสิ้นสุดลง
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2519 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2519 กำหนดให้รัฐสภามีสภาเดียว คือ สภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน มีสมาชิกจำนวน 340 คน มาจากการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2519 สภานี้ปฏิบัติหน้าที่ระหว่างวันที่ 20 พฤศจิกายน 2519-20 ตุลาคม
2520 สิ้นสุดลงโดยการยึดอำนาจการปกครองประเทศของคณะปฏิวัติภายใต้การนำของ พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2520
ผลจากการยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2519 นั้น ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2520 จึงได้รับการประกาศใช้ ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2520 นี้ กำหนดให้รัฐสภามีสภาเดียว คือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีสมาชิกจำนวน 360 คน มาจากการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2520 สภาชุดนี้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2522 โดยการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2522 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 กำหนดให้รัฐสภามีสองสภา คือวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร จำนวนสมาชิกวุฒิสภาต้องไม่เกิน 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้งโดยถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ในสัดส่วนผู้แทนฯ 1 คน ต่อประชาชน 150,000 คน
หลังจากที่ใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 มาเป็นเวลา 13 ปี รัฐสภาภายใต้รัฐธรรมนูญดังกล่าวสิ้นสุดลงเมื่อมีการยึดอำนาจการปกครองประเทศของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติโดยการนำของ พลเอก สุนทร คงสมพงษ์ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 และในวันที่ 1 มีนาคม 2534 ได้มีการประกาศใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534
ภายใต้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534 รัฐสภามีสภาเดียว คือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีสมาชิก 292 คน มาจากการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2534 สภาชุดนี้มีหน้าที่ 2 ประการ คือ (1) พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (2) จัดทำรัฐธรรมนูญ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 ได้รับการอนุมัติโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และได้รับการประกาศใช้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2534 สภานิติบัญญัติแห่งชาติจึงสิ้นสุดลงโดยการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2535 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534
รัฐสภาภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 มีสองสภา ประกอบด้วยวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภามีสมาชิกจำนวน 270 คน ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ความชำนาญในวิชาการหรืออาชีพต่างๆ โดยพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2535 สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 360 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2535 โดยถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ละเขตเลือกตั้งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกิน 3 คน และไม่น้อยกว่า 2 คน สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2535 โดยการยุบสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง พฤษภาทมิฬ ขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2535 สภาผู้แทนราษฎรได้รับการจัดตั้งขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 และปฏิบัติหน้าที่จนถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2538 สิ้นสุดลงโดยการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2538 ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ( ฉบับที่ 5) พุทธศักราช 2538 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2538
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พุทธศักราช 2538 กำหนดให้รัฐสภามีสองสภา ประกอบด้วยวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร จำนวนสมาชิกวุฒิสภามี 260 คน โดยเป็นจำนวนไม่เกิน 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับการแต่งตั้งเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2539 ถึง 21 มีนาคม 2543 สภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิกจำนวน 391 คน คำนวณตามสัดส่วนของประชากรในแต่ละจังหวัดโดยถือเอาประชากร 150,000 คนต่อผู้แทนราษฎร ตามมาด้วยการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2539 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจำนวน 393 คน สภาผู้แทนราษฎรภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พุทธศักราช 2538 สิ้นสุดลงโดยการยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2543
ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 กำหนดให้มีสองสภา ประกอบด้วยวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภามีจำนวน 200 คน มาจากการเลือกตั้งในวันที่ 4 มีนาคม , 29 เมษายน , 4 มิถุนายน , 24 มิถุนายน , 9 กรกฎาคม 2543 และ 21 เมษายน , 26 พฤษภาคม 2544 สภาผู้แทนราษฎรมีจำนวนสมาชิก 500 คน โดย 100 คน มาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ และอีก 400 คน มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 6 มกราคม , 29 มกราคม , 1 กุมภาพันธ์ , 30 มิถุนายน และ 18 สิงหาคม 2544
โดยสรุป นับตั้งแต่ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุขของชาติ เมื่อพุทธศักราช 2475 เป็นต้นมา รูปแบบของรัฐสภาไทยมีทั้งแบบสภาเดี่ยวและสภาคู่ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ของบ้านเมืองในขณะนั้น |