|
"ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผชาติล้วนงามตา งามล้ำค่านครพิงค์ "
ประวัติเชียงใหม่ เชียงใหม่ เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีอายุนานถึง 700 ปี โดยมีพญามังราย พญางำเมือง และพ่อขุนรามคำแหง ร่วมกันสร้างขึ้น บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง และขนานนามว่า “นพบุรีศรีนครพิงค์” ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งอาณาจักรล้านนา ที่มีประเพณี วัฒนธรรม และภาษาพื้นเมือง (ภาษาคำเมือง)เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง
การสถาปนาเมืองเชียงใหม่ พญามังรายตำนานเล่าว่าทรงเป็นบุตรของพญาลาวเมงและพระนางเทพคำข่าย เจ้าหญิงแห่งเมืองเชียงรุ้ง เสด็จขึ้นครองราชย์ที่เมืองเงินยางเชียงแสน ประมาณ พ.ศ.๑๘๐๕ ต่อมาสามารถรวบรวมอาณาเขตการปกครองไว้ในอำนาจอัน ได้แก่ เชียงราย ฝาง หริภุญไชย และสถาปนา เวียงกุมกามขึ้นเมื่อ พ.ศ.๑๘๒๗ นั้น ต่อมาทรงค้นพบชัยภูมิอันเหมาะสมแก่การสร้างเมือง ณ บริเวณที่ราบเชิงดอยสุเทพซึ่งลาดเทไปจรดแม่น้ำปิง นอกจากนี้ยังมีลำน้ำแม่ข่า ที่ไหลมาจากดอยสุเทพและหนองน้ำใหญ่เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงบริเวณที่ราบเชิงเขาแห่งนี้ให้อุดมสมบูรณ์อีกด้วย พญามังรายจึงเชิญพระสหาย ๒ พระองค์คือ พระร่วง (พ่อขุนรามคำแหงมหาราช) แห่งกรุงสุโขทัยและพญางำเมืองแห่งพะเยาะมาปรึกษาการสร้างเมืองใหญ่ขึ้น ณ บริเวณดังกล่าวจนเสร็จแล้วจึงขึ้นสถาปนาในนามเมืองใหม่นี้ว่า “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” นั่นคือ เมืองเชียงใหม่จึงมีที่ตั้งและทำเลเหมาะสม ดังนี้
๑.เมืองเชียงใหม่ตั้งอยู่กลางระหว่างที่ราบลุ่มแม่น้ำกก และที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงจึงสามารถควบคุมชุมชนอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี
๒.ที่ตั้งเมืองเชียงใหม่เหมาะแก่การเป็นศูนย์กลางการค้า เพราะสามารถใช้แม่น้ำปิงในการติดต่อค้าขาย กับเมืองตอนใต้ได้อย่างสะดวกด้วย และยังสามารถติดต่อค้าขายกับเมืองเชียงแสน ยูนนาน ฯลฯ ได้ เชียงใหม่จึงเป็นชุมสายทางกับเมืองต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง รายได้จากการค้าจึงเป็นรายได้ของเมืองเชียงใหม่
๓.บริเวณที่ตั้งเมืองเชียงใหม่เป็นที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะการตั้งชุมชนขนาดใหญ่ที่ประชากรจะประกอบอาชีพทางด้านการเกษตรเป็นอย่างดี
๔.บริเวณที่ตั้งตัวเมืองเชียงใหม่ซึ่งอยู่ระหว่างดอยสุเทพกับแม่น้ำปิงสายน้ำจากดอยสุเทพไหลมาหล่อเลี้ยงตัวเมืองเชียงใหม่ตลอดเวลาและ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองจะมีหนองน้ำใหญ่เรียกชื่อว่า หนองบัวเจ็ดกอ อันเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญ ดังนั้นเมืองเชียงใหม่จึงตั้งที่มีน้ำบริบูรณ์ดี ภายหลังจากการสถาปนาเมืองเชียงใหม่แล้ว เจ้าผู้ครองนครทั้ง ๓ พระองค์ ได้ร่วมกระทำสัตย์ปฏิญาณเป็นพระสหายร่วมทุกข์สุข ไม่รุกรานเบียดเบียนสืบต่อไป
จังหวัดเชียงใหม่แบ่งเขตการปกครองส่วนภูมิภาคออกเป็น 22 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ 211 ตำบล 1,915 หมู่บ้าน (ข้อมูลจากกรมการปกครองปี 2543)มีประชากรรวมทั้งหมด 1,586,723 คน เป็นชาย 787,744 คน เป็นหญิง 798,979 คน (ข้อมูลมิถุนายน 43) ประชากรส่วนใหญ่ประกอบด้วยชาวไทยภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ เช่น กระเหรียง มูเซอ มัง ลีซอ ลัวะ อีก้อ และเย้า ฯลฯ
ข้อมูลทั่วไป
พิกัดภูมิศาสตร์ (ของตัวจังหวัด) จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ ละติจูด ๑๘ ํ ๔๗ ' ๓๓'' ลองติจูด ๙๘ ํ ๕๙ ' ๒๓'' พื้นที่ (โดยประมาณ) ๒๐,๑๐๗.๐๕๗ ตารางกิโลเมตร ความใหญ่ของพื้นที่ เป็นอันดับ๒ ใน ๗๖ จังหวัด
จำนวนประชากร ๑,๕๘๐,๙๐๑ คน แยกเป็นชาย ๗๘๖,๕๔๙ คน แยกเป็นหญิง ๗๘๔,๓๕๒ คน ( ณ เดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑ ) ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ รองลงมา คือ ศาสนาคริสต์ อิสลาม ภาษาที่นิยมใช้กันมากคือ ภาษาไทยภาคเหนือ ซึ่งเป็นสัญญาลักษณ์ของชาวเชียงใหม่ และภาษาไทยกลาง และนอกจากนี้ยังมีชุมชนพื้นที่สูงในจังหวัดที่ตั้งอยู่กระจายทั่วไปรวม ๑,๔๐๑ กลุ่ม ประกอบด้วยชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ ประมาณ ๑๑ เผ่าได้แก่ กะเหรี่ยง มูเซอ ม้ง ลีซอ อีก้อ เย้า ลัวะ จีนฮ่อ ไทยใหญ่ และ คะฉิ่น
ลักษณะภูมิประเทศ จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล เฉพาะในส่วนที่เป็นที่ราบ เฉลี่ยแล้วไม่น้อยกว่า๒๐๐ เมตรแน่นอน นั่นจึงเป็นสาเหตุให้แม่น้ำส่วนใหญ่ ไหลลงสู่ที่ราบลุ่มภาคกลางได้สะดวก พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดเต็มไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่มากมาย ซ้อนกันเป็นทิวและเทือกเขา วางแนวยาวเหยียดจากเหนือสู่ใต้ ที่สำคัญมี ๓ ทิวเขา คือ ๑. ทิวเขาแดนลาว เป็นทิวเขาที่ทำหน้าที่ กั้นอาณาเขตจังหวัดเชียงใหม่ กับสาธารณรัฐสังคมนิยมแห่งสหภาพพม่าต่อเนื่องมาจากจังหวัดชียงราย มียอดเขาที่สูงเป็นอันดับ ๒ ของประเทศไทยชื่อ “ ดอยผ้าห่ม” สูง ๒,๒๙๗.๘๔ เมตร อยู่ในทิวเขานี้ ๒. ทิวเขาถนนธงชัย เป็นทิวเขาที่ใหญ่ที่สุดคลุมพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดเชียงใหม่เกือบทั้งจังหวัด ที่เห็นในแผนที่จังหวัดเชียงใหม่นี้ ซีกตะวันออกส่วนเหนือเท่านั้นที่ไม่ใช่ทิวเขาถนนธงชัย เป็นแหล่งต้นน้ำมากมายหลายสายด้วยกัน มีเทือกเขาที่สูงเป็นอันดับที่ ๑ และ ๓ ของประเทศไทยอยู่ในทิวเขานี้ คือ ดอยอินทนนท์ สูง ๒,๕๖๕ เมตร และดอยหลวงเชียงดาว สูง ๒,๒๒๒ เมตร ๓.ทิวเขาขุนตาล อยู่ทางด้านทิศตะวันออก ส่วนบน ของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ อำเภอพร้าว ดอยสะเก็ด สันกำแพง ต่อเนื่องลงไปยังจังหวัดลำพูน แล้วทำหน้าที่กั้นเขตจังหวัดลำพูนกับจังหวัดลำปาง
พื้นที่ราบ พื้นที่ราบในจังหวัดเชียงใหม่ มี 3 ลักษณะ คือ ๑. พื้นที่ราบหุบเขา ซึ่งอาจจะอยู่บนภูเขาหรืออยู่ระหว่างภูเขากับภูเขา มีลักษณะราบเรียบก็มี เป็นลอนคลื่นก็มี แต่ส่วนใหญ่จะลาดเทเป็นก้นกระทะ ๒. พื้นที่ราบเชิงเขา เป็นพื้นที่ราบเอียงลงสู่ที่ราบลุ่มฝั่งแม่น้ำ บางแห่งก็มีลักษณะลาดเทเรียบๆ ลงมา ๓. พื้นที่ราบลุ่ม ได้แก่พื้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำต่างๆ ซึ่งถึงแม้ว่าจะอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเป็นร้อยๆ เมตร
ระบบแม่น้ำ ระบบแม่น้ำของจังหวัดเชียงใหม่นั้น มีแม่น้ำสายหลักที่สำคัญคือ แม่น้ำปิง โดยต้นน้ำอยู่ในทิวเขาแดนลาว ในเขตอำเภอไชยปราการ ไหลลงมาผ่านกลางพื่นที่จังหวัดส่วนบน ตามแนวพื้นที่ราบเชิงเขา ตั้งแต่ อ.เชียงดาว แม่แตง แม่ริม อำเภอเมือง สารภี แล้ววกเลาะตามเส้นอาณาเขต จังหวัดเชียงใหม่กับลำพูน เข้าเขตเชียงใหม่อีกครั้งหนึ่ง ทางอำเภอดอยหล่อ จอมทอง ผ่านลงไปสู่อ่างเก็บน้ำดอยเต่า จากนั้นจึงไหลลงสู่จังหวัดตากต่อไป
แม่น้ำที่เป็นสาขาของแม่น้ำปิงดังกล่าว ที่สำคัญๆ ก็มี ๑. แม่น้ำงัด (ทางเหนือมักเรียก แม่งัด เฉยๆ) ซึ่งมีต้นน้ำอยู่ในเขตอำเภอพร้าว ๒. แม่น้ำกวง ต้นน้ำอยู่ในเขตอำเภอพร้าว และดอยสะเก็ดไหลลงผ่าน อำเภอดอยสะเก็ด สันทราย สันกำแพง สารภี ๓. แม่น้ำทางซีกตะวันตก มีแม่น้ำแม่แตง แม่ตาว แม่ริม แม่แจ่ม แม่ตื่น
ลักษณะภูมิอากาศ
สภาพอากาศค่อนข้างเย็นเกือบตลอดปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 25.4 องศาเซลเซียสมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 31.8 องศาเซลเซียส ต่ำสุดเฉลี่ย 20.1 องศาเซลเซียส สำหรับฤดูแบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มเดือน มีนาคม – พฤษภาคม ฤดูฝน เริ่มเดือน มิถุนายน – ตุลาคม ฤดูหนาว เริ่มเดือน พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์
อากาศทั้ง 3 ฤดู ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม 2 ชนิด คือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ จะพัดลมหนาวจากประเทศจีนมาสู่เชียงใหม่ในช่วงเดือน พฤศจิกายน –กุมภาพันธ์ สวนฤดูร้อนและฤดูฝน จะอยู่ภายในอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดลมร้อนมาสู่จังหวัดเชียงใหม่ ลักษณะภูมิประเทศมีลักษณะเป็นภูเขา และทิวเขาสูงสลับซับซ้อน โอบล้อมเป็นแนวยาว จึงเป็นแหล่งกำเนิด แม่น้ำ ลำธารที่หลายสาย เช่นแม่น้ำแจ่ม, แม่น้ำแม่แตง, แม่น้ำฝาง, แม่น้ำกวง และแม่น้ำปิง
ลักษณะภูมิอากาศ ฤดู ในจังหวัดเชียงใหม่ มี ๓ ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มต้นราวกลางเดือนมีนาคม ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ฤดูฝน เริ่มต้นราวปลายเดือนพฤษภาคม ไปจนถึงปลายเดือนตุลาคม ฤดูหนาว เริ่มเมื่อสิ้นฤดูฝนราวปลายเดือนตุลาคม หนาวไปจนถึงกลางเดือนมีนาคม
อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี ของจังหวัดเชียงใหม่ ๒๖.๖ องศาเซลเซียส
ทรัพยากรธรรมชาติ
เรียงลำดับตามชนิดของทรัพยากรธรรมชาติทางภูมิศาสตร์ซึ่งมี ๕ ชนิด ดังนี้ ๑. ดิน จังหวัดเชียงใหม่ส่วนใหญ่จะเป็นดินในเขตที่สูง และดินภูเขาซึ่งมีผิวดินตื้น ทั้งมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ รองลงมาคือ จำนวนพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นดินร่วนหรือดินทรายที่มีการระบายน้ำดีเกินไป มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ส่วนน้อยที่เป็นดินในพื้นที่ราบลุ่มเป็นดินที่เกิดจากวัตถุน้ำพา ๒. น้ำ จังหวัดเชียงใหม่นั้น ถือได้ว่าเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของประเทศไทยจังหวัดหนึ่งทีเดียวเพราะแม่น้ำสายเล็กนายน้อยต่างไหลลงสู่แม่น้ำปิง และแม่น้ำปิงก็เป็น 1 ใน 4 ของแม่น้ำเจ้าพระยา ๓. ทรัพยากรป่าไม้ จังหวัดเชียงใหม่มีป่าไม้ประกอบด้วยกลุ่มใหญ่ ๆ ๒ กลุ่ม คือ ป่าไม่ผลัดใบ ได้แก่ ป่าดงดิบ ป่าสนเขา และป่าไม้ผลัดใบ ได้แก่ ป่าเบญจพรรณ และป่าแพะหรือป่าแดง โดยมีพื้นที่ป่า ๘,๘๙๕,๓๑๒ ไร่ ( ปี ๒๕๓๘ ) คิดเป็นร้อยละ ๗๐.๗ ของพื้นที่ป่าของจังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๕๒๙- ๒๕๓๘ ถูกทำลายเฉลี่ยปีละ ๑๒๓,๕๙๓ ไร่ รัฐจึงประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ดังนี้ ป่าสงวนแห่งชาติ มี ๒๔ แห่ง มีพื้นที่รวมกันประมาณ ๑๙,๕๕๕๘ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๑๒,๒๒๒,๓๙๕๘๗ ไร่ ได้แก่ ป่าลุมน้ำฝาง ป่าแม่หลักหมื่น ป่าแม่สูน ป่าเชียงดาว ป่าอินทขิน ป่าแม่แตง ป่าแม่ขะจาน ป่าแม่งัด ป่าขุนแม่กวง ป่าสันทราย ป่าแม่ออน ป่าขุนแม่ทา ป่าสะเมิง ป่าแม่ริม ป่าดอยสุเทพ ป่าแม่ท่าช้าง-ป่าแม่ขนิน ป่าแม่ขาน-ป่าแม่วาง ป่าจอมทอง ป่าท่าธาร ป่าแม่แจ่ม-ป่าแม่ ตื่น ป่าขุนแม่สาย ป่าขุนแม่ตาล-แม่ยุย ป่าแม่หาด ป่าแม่แจ่ม และป่าอมก๋อย อุทยานแห่งชาติมี ๖ แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ศรีลานนา ดอยสุเทพ-ปุย ออบหลวง ห้วยน้ำดัง และแม่ปิง มีพื้นที่รวมกันประมาณ ๓,๑๙๘,๙๕๘.๕ ไร่ และอยู่ระหว่างเตรียมประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติอีก ๗ แห่ง ได้แก่ แมโถ แม่ฝาง แม่ตะไคร้ ขุนขานเชียงดาว ดอยเวียงผา และดอยขาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มี ๓ แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย ป่าเชียงดาว และป่าแม่เลา-แม่แสะ มีพื้นที่รวมกันประมาณ ๒,๒๕๙.๔ ตารางกิโลเมตร และเตรียมประกาศอีก ๑ แห่ง คือ ป่าสะเมิง วนอุทยานแห่งชาติ มี ๖ แห่ง คือ บ่อน้ำร้อนฝาง ออบหลวง น้ำตกแม่สา โป่งเดือด ม่อนหินไหล และน้ำตกตาดหมอก-วังฮาง เขตห้ามล่าสัตว์ป่า มี ๑ แห่ง คือ ดอยสุเทพ ป่าประเภทอื่น ๆ จังหวัดเชียงใหม่เคยมีโครงการต่างๆ ที่ให้สัมปทานระยะสั้นสำหรับป่าไม้รายย่ยอยเพื่อการค้าและใช้สอยและปรับปรุเป็นป่าสัมปทาน ระยะยาวมีจำนวน ๑๐๑ โครงการ แก่รัฐวิสาหกิจและเอกชน ซึ่งปัจจุบันได้ปิดป่าสัมปทานหมดแล้ว
๔. อากาศ ในช่วงระยะ 10 ปีนี้ เชียงใหม่คงจะยังพอมีออกซิเจนให้หายใจได้คล่องอยู่หรอก แต่ระวัง ถ้าบ้าเรื่องโรงงานและยังทำลายป่าไม่หยุดหย่อน กับไม่ระวังรักษาสิ่งแวดล้อมให้ดี ๕. แร่ธาตุ แร่ธาตุสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่เป็นป่าไม้และภูเขา มีสภาพทางธรณีวิทยาประกอบด้วยหิน ๓ ประเภท คือ หินอัคนี หินชั้นหรือหินตะกอน และหินแปร ส่วนแร่อื่นๆ ที่มีการนำมาใช้ประโยชน์ เช่น ถ่านหิน มังกานีส เฟลด์สปาร์ ฟลูออไรด์ ดีบุก ซีไลด์ ดินขาว ฯลฯ โดยปริมาณการผลิตขึ้นอยู่กับตลาดและผู้ใช้แร่เป็นวัตถุดิบในการอุตสาหกรรมนั้น ๆ ดังนั้นการผลิตจึงไม่แน่นอน ผันแปรไปตามความต้องการของตลาดและราคาแร่
สถานที่ท่องเที่ยว
แหล่งท่องเที่ยวที่หน้าสนใจของจังหวัดเชียงใหม่ จะแบ่งเป็นหลายสายมีดังนี้ทางทิศใต้ ไม้แกะสลัก ที่บ้านทวาย เครื่องปั้นดินเผาที่บ้านเมืองกุง และบ้านขุนแส อำเภอหางดง กิ๋วแลหลวง อำเภอสันป่าตอง น้ำตกแม่กลาง วัดพระธาตุศรีจอมทอง ดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง ออบหลวง อำเภอ ฮอด และทะเลสาบดอยเต่า อำเภอดอยเต่า ทางทิศตะวันตก สวนสัตว์เชียงใหม่ สวนรุกชาติห้วยแก้ว อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย น้ำตกห้วยแก้ว วังบัวบาน วัดพระธาตุดอยสุเทพ พระตำหนักภูพิงค์ ราชนิเวศน์ และบ้านแม้วดอยปุ๋ย อำเภอเมืองเชียงใหม่ ทางทิศตะวันออก การทำร่มบ้านบ่อสร้าง การทำกระดาษสาบ้านต้นเปา น้ำพุร้อนสันกำแพง อำเภอสันกำแพง ถ้ำเมืองออน กิ่งอำเภอแม่ออน
|