| ซีเกมส์ |
|
|
|
| เขียนโดย Administrator |
| วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม 2008 เวลา 09:17 น. |
|
พลตรีอินทรัตน์ ยอดบางเตยผู้สนับสนุนให้มีการจัดกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 18 มีขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่ท่านมีความตั้งใจว่ากีฬาเอเชี่ยนเกมส์ที่จะมีขึ้นในประเทศไทยจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีความพร้อมด้านสนามกีฬาแล้ว น่าจะมีส่วนได้จัดกีฬา บางประเภทบ้าง โดยเฉพาะฟุตบอลรอบแรก ท่านคงจะผลักดันต่อไป พลตรีอินทรัตน์ ยอดบางเตย ผู้รักบ้านเกิดเมืองนอนเป็นที่ยิ่งจากการมองไปรอบทิศในขณะนั้นมันมีอยู่เหมือนกันกับ คนที่จะมาเป็นนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีบางท่านถูกทาบทามไปแล้ว ด้วย แต่ท่านไม่รับกัน เพราะงานในตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่นั้นมัน มีปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องเวลา เนื่องจากนายกสมาคมกีฬาฯ นั้นต้องใช้เวลาเกือบทั้งปีมาบริหารงานและเป็นการบริหารงานชนิดที่ว่าตัวนายกสมาคมนั้น "เสียมากกว่าได้" ปัจจัยเรื่องเงินก็สำคัญ เพราะตัวนายกสมาคมฯนั้นที่ผ่านมามีแต่ "ควักกับควัก" เลยขยาดกับตำแหน่งนี้กันทั้งนั้นเลย หาคนที่จะยินยอมพร้อมใจกันได้ยาก นอกจากคนที่รักกีฬาจริง ๆ เท่านั้น เสธฯยอดนั้น ได้ชื่อว่าเลือดรักกีฬามีมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว คลุกคลีอยู่ในวงการกีฬามาแล้วหลายประเภทตั้งแต่จบจากโรงเรียนนายร้อยใหม่ ๆ สนามมวยเดชานุเคราะห์ น้อยคนนักในสม้ยนั้นที่จะไม่รู้จักท่านได้สร้างได้ปลุกปล้ำได้ส่งเสริมสนามแห่งนี้มาอย่างเต็มที่คนเราเมื่อใจมันรักกีฬาเป็นทุนอยู่แล้วเมื่อถูกทาบทาม ให้เข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็น บ้านเกิดเมืองนอนจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับท่านและในตำแหน่งสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่นี่แหละครับที่ท่านได้ผลักดันให้วงการกีฬาของเชียงใหม่และเขต5 ก้าวสู่จุดสุดยอดแห่งความพึงพอใจ
บทที่ 1 กีฬาเขตแห่งประเทศไทยหรือกีฬาแห่งชาติที่มีเมืองต่าง ๆ มาร่วมการแข่งขันเจ็ดสิบกว่าเมืองหรือเจ็ดสิบกว่าจังหวัด นักกีฬาและเจ้าหน้าที่กว่าสองพันคนยังสามารถจัดได้ นับประสาอะไรกับกีฬาซีเกมส์ที่มีเมืองไม่ถึงสิบประเทศมาร่วมการแข่งขันกีฬาและเจ้าหน้าที่ไม่ถึงพันคน(ในตอนนั้น)จะไม่สามารถจัดได้ ดูแล้วจะเป็นเรื่องง่ายกว่าด้วยซ้ำ แต่นั่นเป็นการพูดด้วยอารมณ์เสียมากกว่า คือเป็นอารมณ์คึกคักหลังจากได้จัดกีฬาแห่งชาติผ่านไปหยก ๆ แต่หาได้มีการดำเนินงานเป็นจริงเป็นจังไม่ เมื่อสิ้นยุคของผู้ว่าราชการเชียงใหม่ ที่ชื่อ พ.ต.อ.นิรันดร ชัยนาม ก็เกือบที่จะปิดฉากความคิดเรื่องซีเกมส์เชียงใหม่ไปเสียสิ้น แม้ว่าหลายต่อหลายครั้งที่มีข่าวปรากฎตามหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นและส่วนกลาง บ้างก็ตาม ก็มักจะเป็นความคิดเห็นของบุคคลในวงการกีฬาของจังหวัดเชียงใหม่เสียมากกว่า บางครั้งก็พูดทีเล่นทีจริงเมื่อได้รับการป้อนคำถามเข้ามา หรือไม่ก็เป็นการสร้างข่าว สร้างความสำคัญให้ตัวเองมากกว่า อาจกล่าวได้ว่าการพูดถึงการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่เชียงใหม่ เป็นการพูดที่ไม่มีความเป็นไปได้แม้แต่น้อย อนึ่งที่เป็นไปไม่ได้คือ ปัจจัยที่จะรองรับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ปัจจัยที่ว่านั้นคือ สนามการแข่งขันที่ยังไม่ได้มารตรฐาน ในตอนนั้นก็มี เพียงแค่สนามกีฬาเทศบาลเมืองเชียงใหม่ที่ดีที่สุดมีอยู่เพียงแห่งเดียวและมีเนื้อที่อยู่เพียงจำนวนจำกัด ถ้าขยายสนามแล้วละก็ ทำได้อย่างเดียวคือ การซื้อ ที่ที่ติดกันทางด้านทิศตะวันออกซึ่งเป็นเอกชนออกไปอีก ก็ไม่รู้ว่าจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อ ประการที่สองเรื่องความเห็นชอบจากรัฐบาลซึ่งก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลในยุคนั้นจะเห็นดีเห็นงามด้วยหรือไม่ เนื่องจาก กรุงเทพเป็นเมืองหลวงที่เหมาะจะทำอะไร ที่เป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทยไปเสียทุกอย่าง ถ้าจะจัดกีฬาระดับประเทศ อย่างซีเกมส์ที่เชียงใหม่ เวลานั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ ประการที่สามในตอนนั้นเชียงใหม่ก็ยังไม่ได้มีโรงแรมชั้นหนึ่ง อยู่อย่างระเกะระกะเหมือนอย่างทุกวันนี้ การสร้างหมู่บ้านนักกีฬา กับ การสร้างสนามกีฬาโดย ใช้งบประมาณของรัฐบาลเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เอาเสียเลย การที่เชียงใหม่เป็นเมืองใหญ่อันดับสอง ของประเทศไทย และผ่านการจัดกีฬามาแล้วหลายต่อหลายครั้งไม่ว่าเป็น กีฬาแห่งชาติ กีฬามหาวิทยาลัย และกีฬาอื่น ๆ อีกหลายครั้ง เหมือนกับว่าเป็นประกาศนียบัตรรับรองว่าเมืองเชียงใหม่นั้นสามารถจัดกีฬาระหว่างชาติได้อย่างไม่น่ามีปัญหา และหลังจากการเป็นเจ้าภาพกีฬาแห่งชาติ เมืองนพบุรีศรนครพิงค์จึงได้เริ่มเปิดตำนานการเป็นเมืองแรก นอกจากกรุงเทพฯ ของประเทศไทย ที่จะ ได้เป็นสถานที่สำหรับจัดการแข่งขันกีฬาระดับประเทศ เช่นซีเกมส์ครั้งที่ 18 ซึ่งกว่าจะเป็นไปอย่างนั้นได้ก็มีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่ไม่ง่าย อย่างที่หลายคนเขาคิด ซึ่งก็จะมีในบทต่อ ๆ ไปเพื่อให้ทราบกัน....
บทที่ 2 มีน่ะ มีอยู่สำหรับผู้ที่ต้องการจะเข้ามาสัมผัสตำแหน่งที่คิดกันว่ามีหน้ามีตาพอสมควร แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดแสดงตัวออกมาอย่างเป็นจริงเป็นจังในช่วงนั้น อาจจะเป็นเพราะว่าหลายคนเกรงใจผู้ที่ยังมีร่างที่สงบนิ่งอยู่ในโลงรอวันที่จะถูกย่อยสลายด้วยความร้อนแล้วกลายเป็นเถ้าธุลีดินไปชั่วกัลปวสานก็ได้ แต่หลังจากสิ้นสรีระของอดีตนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่ผู้จริงจังแล้ว ก็เกิดภาวะที่ขาดผู้ที่จะแสดงความต้องการที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนอย่างกระตือรือล้น และในตอนนั้นเอง ในวงการกีฬาจังหวัดเชียงใหม่นั้นก็พูดถึงเรื่องนี้ทุกครั้งยามที่เราหันหน้าเข้ามาจับเข่าคุยกันยามพบเจอ ในเวลาต่อมา ผู้เขียนก็มีโอกาส ไปเป็นผู้สื่อข่าวกีฬาที่ จังหวัดเชียงราย และในตอนนี้เอง ก็มีโอกาสไปพบกับบุลลคท่านหนึ่ง และบุคคลผู้นี้หละ ที่จะได้เข้ามา ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่ในเวลาต่อมา ใช่แล้วครับ บุคคลท่านนี้ก็คือ พ.อ.พิเศษ อินทรัตน์ ยอดบางเตย (ยศในขณะนั้น) เสธ.ยอด ของเมืองเชียงใหม่ผู้ซึ่งไปปรากฎตัวที่นั่นในงานราชการ ทหารของกองทัพภาคที่ 3 ในตำแหน่งหัวหน้ากองกิจการพลเรือน หลังจากนั้นก็มีการพูดจากันในบุคคลผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการกีฬาของเมืองเชียงใหม่ที่นั่นตอนนั้นกันไปทั่วจนกระทั่งสิ่งที่คิดกันไว้ก็เป็นความจริง ท่านนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่ในเครื่องแบบทหาร ท่านมีความที่เป็นจริงเป็นจังมากที่จะผลักดันที่จะสานต่องานของนายกพัฒน์ ให้ก้าว ไปข้างหน้าให้ได้ ท่านมองแนวการทำงานตลอดทั้งมองจำนวนผู้เข้าร่วมงานที่จะสามารถเสียสละกันได้ ความคิดของท่านคิดว่าทุกสิ่งต้องเป็นไปได้ เขต5และเชียงใหม่จะต้องยิ่งใหญ่ในก้าวแรกของการเข้ามาทำหน้าที่ของท่านก็สร้างความยิ่งใหญ่ให้ประจักษ์ ด้วยการนำนักกีฬาเขต5 ทั้งมวลชนะเลิศการเดินพาเหรดที่เขต 10 จองมาโดยตลอด แต่นั้นยังไม่ใช่สิ่งที่ท่านพึงพอใจอย่างที่สุดเหนือไปกว่านั้นก็คือเขต 5 ต้อง ยืนอยู่หัวแถวจึงจะถือว่าสำเร็จ นอกจากแผนงานในการครองความยิ่งใหญ่ ในกีฬาเพื่อการแข่งขันแล้วแผนงานเพื่อเกียรติภูมิของบ้านเกิดเมืองนอนก็เป็นอีกเรื่องที่ท่านคิด และท่านคิดว่าเมืองเชียงใหม่ ต้องทำได้ หลังจากที่พูดกันมาแต่ปากช้านานแล้ว นั่นคือการเป็นเจ้าภาพการจัดกีฬาซีเกมส์ ณ เหนือฝั่งแม่ระมิงค์อันเป็นแผ่นดินเกิด คิดไม่ได้คิดเปล่าท่านทำด้วย จำได้ว่าตอนนั้นท่านมุ่งเรื่องของสถานที่เป็นอย่างแรกเพราะหากขาดเสียซึ่งเป็นสถานที่แข่งขันดัง เช่นสนามกีฬาแล้ว ต่อให้พูดกันจนฟันหักก็ยากที่จะทำได้ ยังจำได้ว่าผู้เขียนมีโอกาสร่วมเดินทางไปกับท่านนายกฯ คือ เสธ.ยอด พร้อมคุณ พีระ ฟองดาวิรัตน์ หัวหน้ากองฯ ไปกางแผนที่ทหารในค่ายเพื่อดูว่าจุดไหนบ้าง ที่พอจะขอมาใช้เป็นสนามกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่ได้บ้าง ในด้านการประสานงานกับผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อจะพูดจาให้เป็นเสียงเดียวกันนั้นท่านจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ว่า คือท่าน ไฟรัตน์ เดชะรินทร์ บางครั้งอาหารมื้อเที่ยง มื้อเย็น ตามโรงแรมต่าง ๆ เรื่องซีเกมส์กับสนามการแข่งขันก็จะถูกนำไปพูดจาหารือกันด้วยทุกครังไป จนแทบกล่าวได้ว่า พันเอก อินทรัตน์ ยอดบางเตย (ยศในขณะนั้น) ท่านได้เป็นผู้จุดพลุกีฬาซีเกมส์ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่แต่ก่อนนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา ให้ปรากฎเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาระดับหนึ่ง และเป็นระดับที่สำคัญทีเดียว ซึ่งก็ไม่แน่เหมือนกันว่า ถ้าไม่มีวันนั้นละก็จะมีวันนี้หรือไม ่ บทที่ 3 ทุกลมหายใจเข้าออกของบุคคลในวงการกีฬาตอนนั้นมีแต่ความเคลื่อนไหวจนไออุ่นมันกรุ่นระอุไปทั้งเมืองเลยก็ว่าได้ จากความคิดที่เราคิดกันว่าจะหาใครมาบริหารงานวงการกีฬาร่วมกันท่านนายกสมาคมเลือดทหารก็กลับกลายเป็นว่าเอาเข้าจริง ๆ มีผู้เสนอตัวมาทำงานจน แทบจะเลือกกันไม่หวั่นไม่ไหว ในการประชุม ผู้ร่วมบริหารสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งแรกหลังรับตำแหน่งนายกสมาคมนั้น ท่านนายกสมาคมฯพูดด้วยความหนักแน่นจริงจังว่า คนเรานั้นถ้าจะรักชาติบ้านเมืองแล้ว มันต้องเริ่มที่จะต้องรักถิ่นเกิดบ้านเกิดของเราเสียก่อน ถ้าเราไม่เริ่มต้นที่จะรักบ้านเกิด เราย่อม ที่จะไม่รักเมืองและรักประเทศชาติได้ เพราะฉะนั้นทุกอย่างจะต้องรักที่บ้านเกิด แผนงานต่าง ๆ ที่น่าจะนำไปสู่ความยิ่งใหญ่ของนักกีฬาของจังหวัดเชียงใหม่ถูกกลั่นกรองออกมาจากสมองของผู้รู้เป็นขั้นเป็นตอนและเป็นแบบแผน นั่นคือนักกีฬาของจังหวัดเชียงใหม่จะต้องขึ้นยืนแป้นในฐานะผู้ชนะให้มากที่สุด ไม่ใช่ไปไหนมีแต่นักกีฬาของเขาเอาไปกินหมด กว่าจะได้ชื่นชมนักกีฬาของเรา ก็ต้องคอยแล้วคอยอีก จนบางครั้งรู้สึกว่า คนบ้านเราไม่มีมือมีตีนหรืออย่างไร เพราะฉะนั้นความตั้งใจของท่านเชียงใหม่จะต้องอยู่แถวหน้าในกีฬาแห่งชาติและเชียงใหม่จะต้องได้จัดการแข่งขันระดับนานาชาติ ท่านจึงเริ่มประชาสัมพันธ์กับชาติเพื่อนบ้านก่อน อันเป็นจุดก้าวสำคัญอีกจุดหนึ่งที่น่าจะนำเสียงเรื่องกีฬาของเชียงใหม่สู่ระดับนานาชาติ เพื่อจุดมุ่งหมายที่สำคัญคือกีฬาซีเกมส์และเอเชี่ยนเกมส์ในอนาคต ซึ่งเป็นความคาดหวังที่มีจุดขายอยู่ในตัวอยู่แล้วคือการที่เชียงใหม่จะมีอายุครบ 700 ปี ในระยะเวลานั้นจึงน่าจะมีมหกรรมกีฬาระดับซีเกมส์เกิดขึ้นสักครั้งหนึ่งในแผ่นดินเมืองที่อยู่ยงคงกระพันมาหลาย ชั่วอายุคนแห่งนี้ ดูเหมือนว่าการพูดถึงเรื่องซีเกมส์ที่เชียงใหม่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะง่ายเหลือเกิน เพราะไม่ว่าจะหันหน้าไปปรึกษาใคร ใครก็ว่าดี ว่าเห็นด้วยทั้งนั้น มีอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พูดด้วยทำด้วย และเสธ.ยอดก็เป็นเพียงไม่กี่คนนั้นที่จริงจังกับเรื่องนี้ด้วย บทที่ 4 ต่อมาเป็นการดำเนินงานในส่วนของความพยายามของคนเพียงไม่กี่คนที่อยากจะทำอะไรให้เพื่อบ้านเมืองเชียงใหม่โดยเฉพาะคนเชียงใหม่ที่รักเชียงใหม่รักถิ่นฐานบ้านเกิดอย่าง เสธ.ยอด พลตรี อินทรัตน์ ยอดบางเตย ได้พยายามทำในสิ่งที่ เห็นว่าทำได้ดีที่สุดและเป็นไปได้ที่สุด โดยมีคุณ พีระ ฟองดาวิรัตน์ หัวหน้ากองการฝึกสอนกีฬาฯ สำนักงานกีฬาแห่งประเทศไทยที่ตอนนั้นท่านเป็นหัวหน้าสำนักงาน กกท.สาขาเชียงใหม่เป็นผู้วิ่งงานเต็มที่ทำอย่างชนิดที่ว่าไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อยและเป็นไปในลักษณะ ของการปิดทองหลังพระมากกว่า นอกจากบุคคลทั้งสองท่านที่ได้กล่าวมาแล้วว่ามีความตั้งอกตั้งใจที่จะให้ครั้งหนึ่งในเชียงใหม่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีการจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์แล้ว ทั้งยังมีหน่วยงานของรัฐอย่างการกีฬาแห่งประเทศไทยให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ และมีการสัมนาที่เชียงใหม่กับการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่โรงแรมเชียงใหม่พลาซ่าเป็นการสัมนาครั้งแรกของเรื่องนี้หน่วยงานด้านการกีฬาของ ประเทศร่วมสัมนากันทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งรวมถึงคณะกรรมการโอลิมปิกไทย ทั้งผู้แทนจากสมาคมต่าง ๆ หน่วยงานทุกฝ่าย โดยมี การกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นแม่งาน และวันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นเชียงใหม่ทุกฉบับพาดหัวข่าวว่า เมืองเชียงใหม่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 18 ทำความตื่นเต้นให้กับผู้ที่ได้อ่านข่าวโดยเฉพาะชาวเชียงใหม่เป็นพิเศษ แต่นั่นเป็นแค่ฉากแรกที่เกิดขึ้นเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงปรากฎขึ้นมาภายหลังนั้นปรากฎว่า หลายคนที่เข้าร่วมสัมนากีฬาซีเกมส์เมืองเชียงใหม่ที่ออกปากสนับสนุนอย่างเต็มที่นั้นกลับมีท่าทีที่เปลี่ยนไป ถึงกับแสดงท่าทีที่ไม่เห็นด้วยที่จะจัดกีฬาซีเกมส์ที่เชียงใหม่ก็มี และสถานที่ที่เขาต้องการให้จัดการแข่งขันมากที่สุดคือ กรุงเทพฯ นั่นเอง เพราะอะไรถึงเป็นอย่างนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะว่าผลประโยชน์อย่างมหาศาลที่จะเกิดขึ้นในการจัดการแข่งขันซีเกมส์หากดีงไปจัดการแข่งขันได้ที่กรุงเทพฯ ที่มืมือไม้เส้นสายโยงใยพร้อมที่จะทำให้ไม่คลุกขลัก อีกประการหนึ่งความคิดที่ว่า "กรุงเทพคือเมืองไทย" ก็ยังมีอยู่ไม่น้อยในวงการกีฬาจากส่วนกลาง การให้สัมภาษณ์หลายครั้งเป็นไปในทางลบมากกว่าทางบวกต่อการจัดการแข่งขัน ทำเอาคนเชียงใหม่นั้นเสียอารมณ์เสียความรู้สึกไปไม่น้อยเลย ทั้งนี้ก็ได้รวมไป ถึงกลุ่มผู้ผลักดันการจัดแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่เชียงใหม่ในครั้งนั้นด้วย ซึ่งในตอนนั้นกลุ่มผู้ผลักดันการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่เชียงใหม่ก็เดินทางไปอย่างไม่ท้อแท้แม้ว่าจะเต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรคทั้งการแสดงออกที่บางครั้งออกมา ในลักษณะหน้ามือเป็นหลังมือก็ตาม ว่ากันว่าไม่มีปัญหาใดที่ไม่สามารถแก้ได้ และแล้วชาวเชียงใหม่ก็ได้เป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์จนได้ในที่สุด ท่ามกลางปัญหา นานานับประการ แม้ว่าผู้ว่าไพรัตน์ เดชะรินทร์ ท่านจะจากไปแล้วด้วยอนุสรณ์เงินก้อนใหญ่เพื่อวงการกีฬาของเมืองเชียงใหม่แต่หลาย ๆ ท่านรวม ทั้ง พลตรี อินทรัตน์ ยอดบางเตย ยังอยู่ อยู่อย่างพร้อมที่จะผลักดันกีฬาซีเกมส์ให้งดงาม สมดั่งความตั้งใจของพี่น้องชาวเชียงใหม่ ที่หวังจะให้เป็น บนแผ่นดินเกิดของท่าน
แต่กว่าจะถึงวันนี้กลับเต็มไปด้วยปัญหาที่มากมายเหลือเกินและมันเป็นปัญหาที่คาดไม่ถึง และเชื่อว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไปปัญหาต่าง ๆ จะยังไม่จบไม่สิ้นอย่างแน่นอน และปัญหาใหญ่ที่ขวางหน้าอยู่อย่างทมึนนั้นก็คือ ปัญหาสถานที่สำหรับจัดการแข่งขัน จริงอยู่แม้ผู้รับผิดชอบโดยตรงอย่างผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย ดร.สมชาย ประเสริฐศิริพันธ์ จะยืนจะนอนยันว่า ขอเอาตำแหน่งเป็นประกันว่าซีเกมส์ครั้งที่ 18 จะจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างแน่นอน ถ้าจัดไม่ได้เพราะสาเหตุสนามสร้างไม่ทันแล้วละก็ จะไม่ขอเป็นผู้ว่าอีกต่อไปก็ตาม ถึงจะกระนั้นก็ตาม แต่เรื่องในอนาคต มันยังมีความไม่แน่นอน เพราะสิ่งที่เราไม่รู้มันยังจะเกิดขึ้นอีกมากมาย รวมทั้งระหว่างการสร้างสนามกีฬา 700 ปีเมืองเชียงใหม่นั้น จะราบรื่นตามแผนงานที่วาง ไว้หรือไม่ ซึ่งถ้าช้าไปแม้แต่นิดเดียว ปัญหาอื่นๆ จะต้องเกิดขึ้นตามมาอย่างช่วยไม่ได้แน่ เมื่อคุณ พีระ ฟองดาวิรัตน์ หัวหน้ากองฝึกสอนกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทยก็รู้เรื่องงานดี และรู้เรื่องงานมาโดยตลอด น่าจะทำให้งานซีเกมส์ที่เชียงใหม่อย่างเป็นชิ้นเป็นอัน และ เสธ.ยอด พลตรี อินทรัตน์ ยอดบางเตย เลือดเนื้อ เชื้อไขของคนเมืองเชียงใหม่ที่รักบ้านเกิดรักเมืองเชียงใหม่มาแต่อ้อนแต่ออด และได้จุดไฟซีเกมส์ให้เป็นจริงเป็นจังมาตั้งแต่เสร็จการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ซีเกมส์นั้นเป็นงานใหญ่เป็นงานที่เป็นหน้าตาของบ้านเมืองประเทศชาติ การผิดพ้องหมองใจกัน การชิงดีชิงเด่น กันจนดูเหมือนกับบางครั้งจะเป็นการทะเลาะวิวาท กันนั้นน่าจะยุติลงได้แล้ว ถ้าหากเรามีเป้าหมายที่จะทำงานกันให้ดีที่สุด และถ้าเราไม่ร่วมใจร่วมกำลังกันทำงานเพื่อบ้านเมืองเพื่อประเทศชาติแล้ว แน่นอนความสมบูรณ์ย่อมไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นซีเกมส์ครั้งที่ 18 เราต้องทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุด และเป็นประโยชน์ต่องานที่จะเกิดขึ้นให้มากที่สุดถ้าจะให้เมือง เชียงใหม่ได้รับการกล่าวขานไปในทางที่ดีงาม สร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนมาแอ่วแล้วละก็ และแค่นี้ยังไม่พอ เชียงใหม่ต้องก้าวไปข้างหน้าต่อไป มีซีเกมส์แล้วในอนาคตต้องมีเอเชียนเกมส์เกิดขึ้นที่นี่ให้ได้ นั่นคือ ปณิทานอันแน่วแน่ที่นายพลเลือดทหารนาม พลตรี อินทรัตน์ ยอดบางเตย พร้อมที่จะผลักดันให้เกิดความเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา
|
| แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2009 เวลา 06:52 น. |
"กว่าจะมาเป็นซีเกมส์ที่ จ.เชียงใหม่"


