นักกีฬาประวัติศาสตร์ไทยในยูธอลป.สิริวิมล ประมงคล'เหรียญนี้เพื่อแม่บนสรวงสวรรค์'ถึงแม้ศึกยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่ประเทศสิงคโปร์ จะเหลือการชิงชัยอีกกว่า 1 สัปดาห์แต่ทัพนักกีฬาไทยก็สามารถทำผลงานทะลุเป้าที่ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท.ได้วางเอาไว้ที่ 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง เป็นที่เรียบร้อยยอดรวมหลังจบวันเสาร์ ของ "เด็กไทย" อยู่ที่ 3 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ทัพไทยทำเหรียญทองได้ทะลุเป้าก็เนื่องมาจากนักกีฬาหลายประเภททำผลงานได้ดีเกินคาด หนึ่งในนั้นก็คือ"น้องมายด์"สิริวิมล ประมงคล จอมพลังสาวที่ประเดิมเหรียญเงินแรกให้กับนักกีฬาไทยในการแข่งขันครั้งนี้จากยกน้ำหนักรุ่น 48 กก.หญิง
ถึงแม้ศึกยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่ประเทศสิงคโปร์ จะเหลือการชิงชัยอีกกว่า 1 สัปดาห์แต่ทัพนักกีฬาไทยก็สามารถทำผลงานทะลุเป้าที่ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท.ได้วางเอาไว้ที่ 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 6 เหรียญทองแดง เป็นที่เรียบร้อยยอดรวมหลังจบวันเสาร์ ของ "เด็กไทย" อยู่ที่ 3 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ทัพไทยทำเหรียญทองได้ทะลุเป้าก็เนื่องมาจากนักกีฬาหลายประเภททำผลงานได้ดีเกินคาดหนึ่งในนั้นก็คือ"น้องมายด์"สิริวิมล ประมงคล จอมพลังสาวที่ประเดิมเหรียญเงินแรกให้กับนักกีฬาไทยในการแข่งขันครั้งนี้จากยกน้ำหนักรุ่น 48 กก.หญิงก่อนการชิงชัยเพื่อแย่งความเป็น 1 ในกีฬาระดับเยาวชนจะเริ่มขึ้น "น้องมายด์" ถูกมองเป็นม้านอกสายตา และถูกคาดหมายว่า จะทำได้ดีที่สุดก็เพียงแค่เหรียญทองแดงแต่พอถึงการแข่งขันจริงสาววัย 16 จากจ.ชลบุรี ก็ระเบิดฟอร์มออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมถึงแม้ในท่าสแนตช์ "น้องมายด์" จะทำ สถิติเข้ามาเป็นอันดับ 4 แต่ในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ที่เป็นท่าถนัดเธอก็ทำได้ยอดเยี่ยมเมื่อ ยกได้ถึง 95 กก. ทำให้น้ำหนักรวมกระโดดไปที่ 163 กก.คว้าเหรียญเงินไปครองได้แบบ พลิกความคาดหมาย อย่างไรก็ตาม กว่าจะก้าวมาถึงวันนี้ต้อง บอกเลยว่าเส้นทางชีวิตของสาววัย 16 ปี ผู้นี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหรือจะว่าไปลำบากกว่านักกีฬาหลายคนด้วยซ้ำสิริวิมล ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2537 เป็นบุตรคนโตของนายสุภาพ และ นางรุ่งทิวา ประมงคลโดยครอบครัวของเธอนั้นมีฐานะค่อนข้างยากจน"ชีวิตวัยเด็กของหนูไม่รู้ว่าแตกต่างจากคนอื่นหรือเปล่า เพราะต้องช่วยพ่อและแม่ทำงานตลอด หรือไม่ก็ช่วยดูแลน้องก็เลยไม่ค่อยมีเวลาไปเล่นกับเพื่อนมากเท่าไรนัก ยิ่งตอนที่แม่เสียไปตอนหนูอายุได้ 10 ขวบ ก็ยิ่งทำให้ความเป็นอยู่ของเราแย่ลงไปอีก"แต่ด้วยความเป็นคนมีใจรักในด้านกีฬา ทำให้"น้องมายด์" เลือกที่จะเล่นกรีฑาเป็นอันดับแรก โดยเป็นถึงนักกีฬาประจำโรงเรียนเกาะโพธิ์ และก็ถือว่าเธอทำผลงานในกีฬาชนิดนี้ได้ดีเมื่อสามารถคว้าเหรียญรางวัลในระดับจังหวัดมาครองได้มากมายอย่างไรก็ตาม เมื่อย้ายมาอยู่โรงเรียนกีฬาจ.ชลบุรีว่าที่ร้อยตรีศักดิ์ชัย ธิตะจารี โค้ชยกน้ำหนักประจำ โรงเรียนก็เห็นแวว และหน่วยก้านของสาววัย 16 ผู้นี้จึงชักชวนเธอให้ก้าวไปสัมผัสกับกีฬายกน้ำหนักเป็นครั้งแรกในวัย 13 ปี "ตอนแรกที่อาจารย์ชวนมาเล่นยกน้ำหนักก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่าคงจะเป็นกีฬาที่สนุก แต่พอเริ่มซ้อมจริงๆ แล้วก็รู้ว่าต้องใช้พยายามอย่างมาก ทำให้ท้อและเคยคิดจะไม่เล่น แต่สุดท้ายก็ได้กำลังใจจากครอบครัวที่ให้การสนับสนุนเต็มที่ รวมถึงอยากทำให้แม่ที่เสียชีวิตไปได้ภูมิใจก็เลยทำให้ตัดสินสู้อีกครั้ง"น้องมายด์ ย้อนอดีตหลังกลับมาตั้งใจฝึกซ้อมอย่างจริงจัง ภายใต้การดูแลของ โค้ชศักดิ์ชัย ก็ทำให้ฝีมือ ของ "น้องมายด์"เริ่มพัฒนามากยิ่งขึ้น จนในที่สุดเธอก็คว้ารางวัลแรกในชีวิตในการแข่งขันกีฬาโรงเรียนกีฬา ที่ จ.ลำปาง ถึงแม้จะเป็นแค่เหรียญทองแดงแต่ก็ทำให้ "น้องมายด์"มีกำลังใจที่จะก้าวเดินไปบนเส้นทางสายนี้อีกครั้งที่สำคัญดูเหมือนเหรียญทองแดงที่ลำปาง จะเป็นการ "ปลดล็อก" ให้น้องมายด์ประสบความสำเร็จในอาชีพที่เธอเลือกแล้ว เพราะหลังจากนั้นสาวน้อยจากชลบุรีก็สามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้อย่างมากมายไล่ตั้งแต่การแข่งขันกีฬาโรงเรียนกีฬา, กีฬานักเรียนนักศึกษา และศึกยุวชนชิงแชมป์ ประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ผลงานที่ดีที่สุดในชีวิต ก็คือ การคว้าอันดับ 3 จากศึกยุวชนชิงแชมป์โลก ปี 2009 ที่ประเทศไทย พร้อมทั้งทำให้เธอได้สิทธิเข้ามาแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ ที่สิงคโปร์ ก่อนจะมาคว้าเหรียญทองได้ในที่สุด"ความสำเร็จทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณทุกคนที่เลี้ยงดูหนูมาอย่างดี โดยเฉพาะแม่ที่ถึงแม้จะไม่ได้อยู่กับหนูแล้ว แต่หนูเชื่อว่า แม่คงมองเห็นหนูประสบความสำเร็จอยากอุทิศเหรียญนี้ให้แม่นอกจากนี้หนูยังขอบคุณโค้ชที่ให้โอกาสและคอยดูแลหนูตลอดในช่วงที่ฝึกซ้อม" ส่วนเงินอัดฉีดที่จะได้รับจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ 300,000 บาท พร้อมด้วยเงินเดือนอีกเดือนละ 5พันบาทไปจนถึงอายุ 35 ปีนั้น "น้องมายด์"กล่าวว่า"เงินก้อนนี้รวมถึงเงินเดือนน่าจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของหนูดีขึ้น โดยจะนำไปให้พ่อรวมถึงไปดูแลทุกคนในครอบครัวให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น" นอกจากนี้ "น้องมายด์" ยังได้กล่าวถึงอนาคตในเส้นทางสายนี้ว่า เธออยากจะก้าวเจริญรอยตามน้องไก่"ปวีณา ทองสุกไอดอลของตัวเองรวมถึง"น้องอร" อุดมพร พลศักดิ์ สองนักกีฬารุ่นพี่ไปคว้าเหรียญทอง ในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ให้ได้สักครั้ง"ความฝันสูงสุดของนักกีฬาทุกคนก็คงจะเป็นโอลิมปิกเกมส์ โดยหลังจากนี้หนูจะตั้งใจฝึกซ้อมและพยายามพัฒนาฝีมือขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะได้เจริญรอยตามลุ่นพี่ ถึงแม้วันนั้นจะยังอีกนาน แต่ก็จะทำให้ดีที่สุด"อย่างไรก็ตามฝันของเธอก็ดูเหมือนจะไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะทีมชาติไทยนั้นถือว่ามีสุดยอดนักกีฬาในรุ่น 48 กก. อยู่มากมาย ทั้ง เปรมศิริบุญพิทักษ์ และ เพ็ญศิริเหล่าศิริกุล ดั้งนั้น ถ้าหากน้องมายด์จะทำให้ฝันเป็นจริงเธอคงจะต้องพยายามพัฒนาฝีมือตัวเองให้มากกว่านี้"มายด์ ถือเป็นเด็กที่มีอนาคต แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าในรุ่นนี้ไทยมีนักกีฬาอยู่หลายคน ที่สำคัญแต่ละคนถือว่าฝีมือไม่ธรรมดา ดังนั้น ถ้าหากมายด์จะก้าวมาทดแทนรุ่นพี่ เขาเองก็ต้องทำผลงานให้ดีขึ้น และตั้งใจฝึกซ้อมอย่างหนัก" นางบุษบา ยอดบางเตยนายกสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทยกล่าวถึงอนาคตทีมชาติแม้เส้นทางของ "น้องมายด์" จะมีอุปสรรค และคู่แข่งมากน้อยเพียงใด แต่ประสบการณ์ชีวิต รวมถึงความมีใจนักสู้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วนั้น ในส่วนตัวยังเชื่อว่าเด็กสาววัย 16 ปี ผู้นี้มีสิทธิที่จะก้าวไปถึงฝั่งฝันที่เธอตั้งเป้าเอาไว้จนไม่แน่ว่า ในอนาคตทัพนักกีฬาไทย อาจจะคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ได้อีก 1 เหรียญจากนักกีฬาที่ชื่อ สิริวิมล ประมงคล ก็เป็นได้