บทที่ 2 คุ้ย แคะ แกะ เกา ซีเกมส์กับความเป็นมา

 

เมื่อ พัฒน์ ตุวานนท์ หมดลมหายใจถึงภาวะที่ว่างเว้นผู้สานต่อเจตนารมณ์ ด้านกีฬาของเมืองเชียงใหม่อย่างเฉียบพลัน

มีน่ะ มีอยู่สำหรับผู้ที่ต้องการจะเข้ามาสัมผัสตำแหน่งที่คิดกันว่ามีหน้ามีตาพอสมควร แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดแสดงตัวออกมาอย่างเป็นจริงเป็นจังในช่วงนั้น

อาจจะเป็นเพราะว่าหลายคนเกรงใจผู้ที่ยังมีร่างที่สงบนิ่งอยู่ในโลงรอวันที่จะถูกย่อยสลายด้วยความร้อนแล้วกลายเป็นเถ้าธุลีดินไปชั่วกัลปวสานก็ได้

แต่หลังจากสิ้นสรีระของอดีตนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่ผู้จริงจังแล้ว ก็เกิดภาวะที่ขาดผู้ที่จะแสดงความต้องการที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนอย่างกระตือรือล้น และในตอนนั้นเอง ในวงการกีฬาจังหวัดเชียงใหม่นั้นก็พูดถึงเรื่องนี้ทุกครั้งยามที่เราหันหน้าเข้ามาจับเข่าคุยกันยามพบเจอ

ในเวลาต่อมา ผู้เขียนก็มีโอกาส ไปเป็นผู้สื่อข่าวกีฬาที่ จังหวัดเชียงราย และในตอนนี้เอง ก็มีโอกาสไปพบกับบุลลคท่านหนึ่ง และบุคคลผู้นี้หละ ที่จะได้เข้ามา ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่ในเวลาต่อมา

ใช่แล้วครับ บุคคลท่านนี้ก็คือ พ.อ.พิเศษ อินทรัตน์ ยอดบางเตย (ยศในขณะนั้น) เสธ.ยอด ของเมืองเชียงใหม่ผู้ซึ่งไปปรากฎตัวที่นั่นในงานราชการ ทหารของกองทัพภาคที่ 3 ในตำแหน่งหัวหน้ากองกิจการพลเรือน

หลังจากนั้นก็มีการพูดจากันในบุคคลผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการกีฬาของเมืองเชียงใหม่ที่นั่นตอนนั้นกันไปทั่วจนกระทั่งสิ่งที่คิดกันไว้ก็เป็นความจริง

ท่านนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่ในเครื่องแบบทหาร ท่านมีความที่เป็นจริงเป็นจังมากที่จะผลักดันที่จะสานต่องานของนายกพัฒน์ ให้ก้าว ไปข้างหน้าให้ได้ ท่านมองแนวการทำงานตลอดทั้งมองจำนวนผู้เข้าร่วมงานที่จะสามารถเสียสละกันได้

ความคิดของท่านคิดว่าทุกสิ่งต้องเป็นไปได้ เขต5และเชียงใหม่จะต้องยิ่งใหญ่ในก้าวแรกของการเข้ามาทำหน้าที่ของท่านก็สร้างความยิ่งใหญ่ให้ประจักษ์ ด้วยการนำนักกีฬาเขต5 ทั้งมวลชนะเลิศการเดินพาเหรดที่เขต 10 จองมาโดยตลอด แต่นั้นยังไม่ใช่สิ่งที่ท่านพึงพอใจอย่างที่สุดเหนือไปกว่านั้นก็คือเขต 5 ต้อง ยืนอยู่หัวแถวจึงจะถือว่าสำเร็จ

นอกจากแผนงานในการครองความยิ่งใหญ่ ในกีฬาเพื่อการแข่งขันแล้วแผนงานเพื่อเกียรติภูมิของบ้านเกิดเมืองนอนก็เป็นอีกเรื่องที่ท่านคิด และท่านคิดว่าเมืองเชียงใหม่ ต้องทำได้ หลังจากที่พูดกันมาแต่ปากช้านานแล้ว นั่นคือการเป็นเจ้าภาพการจัดกีฬาซีเกมส์ ณ เหนือฝั่งแม่ระมิงค์อันเป็นแผ่นดินเกิด

คิดไม่ได้คิดเปล่าท่านทำด้วย จำได้ว่าตอนนั้นท่านมุ่งเรื่องของสถานที่เป็นอย่างแรกเพราะหากขาดเสียซึ่งเป็นสถานที่แข่งขันดัง เช่นสนามกีฬาแล้ว ต่อให้พูดกันจนฟันหักก็ยากที่จะทำได้

ยังจำได้ว่าผู้เขียนมีโอกาสร่วมเดินทางไปกับท่านนายกฯ คือ เสธ.ยอด พร้อมคุณ พีระ ฟองดาวิรัตน์ หัวหน้ากองฯ ไปกางแผนที่ทหารในค่ายเพื่อดูว่าจุดไหนบ้าง ที่พอจะขอมาใช้เป็นสนามกีฬาแห่งจังหวัดเชียงใหม่ได้บ้าง

ในด้านการประสานงานกับผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อจะพูดจาให้เป็นเสียงเดียวกันนั้นท่านจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ว่า คือท่าน ไฟรัตน์ เดชะรินทร์ บางครั้งอาหารมื้อเที่ยง มื้อเย็น ตามโรงแรมต่าง ๆ เรื่องซีเกมส์กับสนามการแข่งขันก็จะถูกนำไปพูดจาหารือกันด้วยทุกครังไป

จนแทบกล่าวได้ว่า พันเอก อินทรัตน์ ยอดบางเตย (ยศในขณะนั้น) ท่านได้เป็นผู้จุดพลุกีฬาซีเกมส์ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่แต่ก่อนนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา ให้ปรากฎเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาระดับหนึ่ง และเป็นระดับที่สำคัญทีเดียว ซึ่งก็ไม่แน่เหมือนกันว่า ถ้าไม่มีวันนั้นละก็จะมีวันนี้หรือไม่

บทที่ 1 / 2 / 3 / 4 / 5