บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

สถานการณ์ปัญหาขยะมูลฝอยปัจจุบันได้ก่อตัวเป็นปัญหาระดับชาติแล้ว โดยดูได้จากข่าวทางทีวีหนังสือพิมพ์ ประชาชนในพื้นที่ต่อต้านไม่ให้มีการทิ้งขยะมูลฝอยในพื้นที่ ปัญหานี้ไม่ใช่เกิดเฉพาะเมืองขนาดใหญ่อย่างกรุงเทพมหานครเท่านั้นแต่เป็นปัญหาทั้งเมืองขนาดกลางและขนาดเล็ก ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงแต่ส่วนเดียวของปัญหาทั้งหมดที่กำลังจะลามจนเป็นปัญหาวิกฤติระดับชาติในไม่ช้าถ้า

ไม่ได้วางแผนเตรียมการป้องกันและแก้ไขอย่างถูกวิธีทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ปีพ.ศ. 2539 มีปริมาณ 13,150,585 ตันและปีพ.ศ. 2543 มีปริมาณ 13,932,050 ตัน มีอัตราเพิ่มร้อยละ 5.94 หรืออาจจะกล่าวได้ว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นของปริมาณขยะมูลฝอยแต่ละปีร้อยละ 1.5 จะเห็นได้ว่าปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในประเทศมีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี

ถ้าขาดการวางแผนทั้งด้านบุคลากร, งบประมาณ, ที่ดิน, เทคโนโลยี, การแก้ไขกฏหมาย และการสร้างจิตสำนึกร่วมรับผิดชอบของประชาชนอย่างเหมาะสมแล้ว ปัญหาขยะมูลฝอยจะเป็นเสมือนดินพอกหางหมูที่ไม่มีวันจะแก้ไขจัดการปัญหาให้คลี่คลายเฉียบขาดไปได้

นอกจากการวางแผนทั้งด้านบุคลากร, งบประมาณ, ที่ดิน, เทคโนโลยี, การแก้ไขกฏหมาย, การสร้างจิตสำนึกร่วมรับผิดชอบของประชาชนอย่างเหมาะสมแล้ว

มาตราการที่ภาครัฐควรจะต้องนำมาใช้คือ

1) Polluter pays principle หมายถึงผู้ใดก่อมลภาวะผู้นั้นต้องจ่าย ซึ่งภาครัฐควรนำหลักการนี้มาใช้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

โดยเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจในหลักการและเหตุผลกับผู้ก่อมลพิษ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ก่อมลพิษได้ร่วมรับผิดชอบและรับรู้ผลกระทบของปัญหาที่ตัวเองได้ก่อขึ้น ซึ่งจะเป็นเหตุให้ปัญหาขยะมูลฝอยได้รับการแก้ไขจากต้นเหตุได้ดีในระดับหนึ่ง

2) Neighbor earns benefit หมายถึงชุมชนที่อยู่ใกล้แหล่งจัดการ/กำจัดขยะมูลฝอยต้องได้ประโยชน์ สาเหตุใหญ่ที่ประชาชนในบริเวณใกล้เคียงสถานที่จัดการ/กำจัดขยะมูลฝอยเกิดการต่อต้านเพราะว่ากลิ่นเหม็น,

น้ำเสียของขยะมูลฝอยซึมลงใต้ดินทำลายแหล่งน้ำบาดาลโดยรอบ, เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค และควันพิษจากเตาเผาขยะมูลฝอย รวมทั้งประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงกับสถานที่จัดการ/กำจัดขยะมูลฝอยไม่ได้รับผลประโยชน์ เช่น เงินค่าตอบแทน, สวัสดิการพิเศษ ถ้าไม่มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้นแล้วก็เป็นการยากที่จะลดการต่อต้านจากประชาชนได้

3) หลักการ5R ( Reduce, Reuse, Recycle, Reject, Response ) หมายถึงการลดปริมาณขยะมูลฝอยให้น้อยลง,

การนำขยะมูลฝอยที่ทิ้งแล้วกลับมาใช้ใหม่ในลักษณะใช้ซ้ำ, การนำผลิตภัณฑ์ที่ทิ้งแล้วมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่, การปฏิเสธการใช้สินค้าที่ยากต่อการกำจัด, ผู้ผลิตและผู้ทิ้งขยะมูลฝอยตอบรับมาตราการและวิธีต่างๆที่ภาครัฐนำเสนอเพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอยให้น้อยลง

มาตราการที่ได้ผลในการที่จะลดปริมาณขยะมูลฝอยให้น้อยลง ภาครัฐต้องนำหลักการ 5R ดังได้กล่าวไปแล้วข้างต้นมาใช้ เพราะว่ามาตราการนี้ถ้านำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพจะสามารถลดปริมาณขยะมูลฝอยได้ร้อยละ 30 – 40 ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมด อีกทั้งมาตราการลดปริมาณขยะมูลฝอยจากแหล่งกำเนิดเป็นมาตราการที่สำคัญของเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร, พัทยา, เชียงใหม่ และหาดใหญ่ ที่ควรจะเน้นให้ความสำคัญอย่างมากเพราะเมืองใหญ่ๆดังได้กล่าวแล้วมีปัญหาในเรื่องการหาที่ดินในการกำจัดขยะมูลฝอย