ทีมงานเดลินิวส์ประกอบไปด้วยผม และ เอ้ โฟโต้ชัวร์ พีระพันธ์ แผนดี มาปักหลักรายงานข่าวอยู่ที่กรุงปักกิ่งตั้งแต่วันที่ 4-25 ส.ค. มีหลากหลายรสชาติที่เจอในการแข่งขัน ทั้งเปี่ยมความสุข ทั้งเคล้าน้ำตา ผู้แพ้กับผู้ชนะต่างกันที่ความสำเร็จ แต่เหมือนกันที่มีน้ำตาด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย
ส่วนความสำเร็จของเจ้าภาพ อย่างแรกได้เป็นเจ้าเหรียญทองตามใจหมาย อย่างที่ 2 ผมแนะนำให้จีนสนใจมากกว่าอย่างแรกคือ การเปลี่ยนแปลงที่ดีของชาวจีนกับการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก ที่ผ่านมาหลายวัน ผมเดินทางไปทั่วเมืองปักกิ่ง พบผู้คนมากมาย ทำให้รู้ว่า ประชาชนจีน ทำตัวเป็นเจ้าภาพที่ดีมาก แต่คงจะไม่เขียนพรรณนาพร่ำเพ้อ เพราะเคยบอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่า จีนนั้นสอบผ่านในการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกได้เกรดอยู่ในขั้นดี (ภาษาไทย)
ขณะที่ฝั่งทัพนักกีฬาไทย คว้ามาได้ 2 เหรียญทองกับ 2 เหรียญเงิน เป็นคู่ที่ลงตัว ผมเป็นคนชอบคิดอะไรแปลก ๆ แต่มันก็ช่างบังเอิญจริง ๆ ที่ปีนี้ทัพนักกีฬาไทยรู้สึกจะถูกโฉลกกับเลขคู่
สมาคมยกน้ำหนักที่ได้เหรียญทอง ก็มีคู่สามี-ภรรยา พลเอกอินทรัตน์ ยอดบางเตย กับ เจ๊บุษ บุษบา ยอดบางเตย เป็นตัวจักรสำคัญ ภรรยา เป็นนายก สามี เป็นที่ปรึกษา
ขณะที่สมาคมมวยฯ ที่ได้เหรียญทองเช่นกัน ก็มีคู่สามี-ภรรยา ทำหน้าที่บริหารสมาคมฯ พลเอกทวีป จันทรโรจน์ สามี เป็นนายกสมาคม ส่วนภรรยา มาดามแอ๊ด ภูษิตา จันทรโรจน์ เป็นที่ปรึกษา
และที่หนักไปกว่านั้นทั้ง 2 สมาคมฯ ก็ไม่ค่อยจะกินเส้นกับ ดร.ณัฐ อินทรปาณ เหมือนกัน แต่โชคชะตาช่างเล่นตลก
พิธีมอบเหรียญโอลิมปิกกับนักกีฬาทั้ง 2 สมาคม ดร.ณัฐ ในฐานะสมาชิกไอโอซี เป็นคนขึ้นมอบเหรียญให้นักกีฬาทั้ง 2 สมาคมฯ
แต่ความที่เป็นคนกีฬา ทั้ง 2 สมาคมฯ ก็ไม่ได้แสดงกิริยา ใด ๆ ที่ไม่สมควร เป็นเรื่องที่ผมต้องยกนิ้วโป้งให้ทั้ง 2 นิ้ว
ส่วนเค้าจะเกาเหลากันเรื่องอะไร ท่านที่เป็นคอกีฬาตัวจริงคงพอจะทราบ ผมไม่อยากขยายความให้มันบานปลาย แค่เล่าสู่กันฟังแบบขำ ๆ
สำหรับภาพรวมของนักกีฬาไทยกับเหรียญโอลิมปิกที่ได้มาหนนี้ ในสายตาผมถือว่าไม่ขี้เหร่ กับความต่อเนื่องของ 2 สมาคมฯ ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ทำให้คนไทยได้มีความสุข
นาทีนี้ได้เวลาแยกย้ายกันกลับบ้านเจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการตัว บรรทัดนี้ผมเขียนให้กองทัพนักกีฬาไทยครับ ทราบแล้วเปลี่ยน