ร้อยเอกหญิงปวีณา ทองสุก อดีตนักกีฬายกน้ำหนักหญิงทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2004 ที่ประเทศกรีซ ที่ปัจจุบันผันตัวเองไปทำหน้าที่เป็นสตาฟฟ์โค้ชยกน้ำหนักทีมชาติไทยแล้ว เปิดเผยว่า ตนได้ทำหนังสือร้องเรียนผ่าน นายวรวุฒิ โรจนพาณิชย์ ประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา ให้ช่วยพิจารณากรณีที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) แก้ไขระเบียบการจ่ายเงินรางวัลนักกีฬายกน้ำหนัก ในการแข่งขันระดับชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย และชิงชนะเลิศแห่งโลก จากที่การแข่งขันมีการชิงชัยรุ่นละ 3 เหรียญ ให้เหลือการมอบเงินรางวัลแค่รุ่นละ 1 เหรียญเท่านั้น โดยให้นักกีฬาเลือกเอาเหรียญที่ดีที่สุดมาขอรับเงินรางวัลจาก กกท. แทน
น้องไก่ กล่าวว่า การพิจารณาเช่นนี้ ส่งผลให้นักกีฬาหลายคนหมดกำลังใจในการฝึกซ้อม และหากพิจารณาให้ดีแล้ว จะถือว่าไม่เป็นธรรมกับนักกีฬายกน้ำหนัก หากเทียบกับกีฬาประเภทอื่น ๆ เช่น ว่ายน้ำ หรือยิมนาสติก ที่มีการแข่งแบบแยกท่าเหมือนกัน แต่สามารถขอรับเงินรางวัลได้ท่าละ 1 เหรียญ
ไก่ส่งเป็นหนังสือไปให้ท่านวรวุฒิช่วยพิจารณาในนามสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประ เทศไทย เพราะก่อนหน้านี้ทราบมาว่า สมาคมได้ส่งหนังสือให้ กกท. พิจารณาแล้ว 2 ครั้ง แต่เรื่องก็ยังเงียบอยู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน สำหรับไก่เองมองว่าผลกระทบในระยะยาวอาจทำให้การพัฒนากีฬายกน้ำหนักสะดุดได้ สมมุติว่านักกีฬาคนนี้ถนัดท่าสแนตช์ ต่อไปเขาก็ซ้อมแต่ท่านี้ท่าเดียว เพื่อไปเอาเหรียญทองมารับเงินรางวัลก็ได้ นักกีฬาแต่ละประเภทก็ซ้อมหนักเหมือน ๆ กัน แต่ทำไมการพิจารณาเงินรางวัลไม่ทัดเทียมกัน ไก่อยากวิงวอนให้ผู้ใหญ่ช่วยพิจารณาใหม่อีกครั้ง อีกอย่างกีฬายกน้ำหนักที่ชิง 3 เหรียญ ก็มีแค่ในชิงแชมป์เอเชีย และชิงแชมป์โลกเท่านั้น ตามระเบียบสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ กกท. ก็น่าจะอนุโลมใน 2 รายการนี้เหมือนกันไปด้วย อดีตฮีโร่หญิงไทยกล่าว
ทั้งนี้ น้องไก่ กล่าวว่า หลังจากยื่นหนังสือไปแล้ว ก็คงจะรอฟังความคืบหน้าอยู่ที่แคมป์เก็บตัวนักกีฬาทีมชาติ ที่ จ.เชียงใหม่ ไปก่อน หากไม่คืบหน้า ตนก็อาจจะต้องเดินทางมาร้องเรียนด้วยตัวเองอีกครั้ง ซึ่งการทำในครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อตัวเอง เพราะได้ประกาศเลิกเล่นทีมชาติไปแล้ว แต่อยากจะทำเพื่อนักกีฬารุ่นน้อง ๆ ที่กำลังจะเดินตามรอยมา ได้มีกำลังใจที่จะสู้ต่อ