ความเคลื่อนไหวของ น้องเก๋ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล นักยกน้ำหนักสาว เจ้าของเหรียญทอง รุ่น 53 กก. จากกีฬาโอลิมปิก 2008 ปรากฏว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 18 ส.ค. หลังจากที่ น้องเก๋ และคณะได้เดินทางจากเชียงใหม่ มาเข้าพักที่โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัล น้องเก๋ เกิดอาการปวดท้องมาก จน เจ๊บุษ นางบุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเปาโล โดยแพทย์ได้ฉีดยาให้และระบุว่าอาการไม่น่าเป็นห่วงนัก แต่
น้องเก๋ อาจจะเครียดในระยะนี้ และรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา จึงมีอาการปวดท้องเป็นโรคกระเพาะ ซึ่งแพทย์กำชับให้รับประทานอาหารให้ตรงเวลา หากเป็นอีกครั้งเกรงว่าจะหนักกว่าเดิมออกรายการสด จมูกมด ช่อง 7
จากนั้นช่วงเช้า น้องเก๋ พร้อมด้วยนางบุษบา และ สายพิณ เดชแสง ผู้ฝึกสอน ได้เดินทางไปที่ สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 7 เพื่ออัดรายการ จมูกมด ในสภาพอิดโรย แต่ น้องเก๋ ยังมีสีหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา และออกตัวกับพิธีกร คือ พิษณุ นิลกลัด, พิสิทธิ์ กีรติการกุล และ กนก รัตน์วงศ์สกุล ว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษทุกคน ทั้งแฟนกีฬาที่เฝ้ารอการกลับมา
และสื่อมวลชนทุกแขนงที่รอทำข่าวตั้งแต่ เก๋ เดินทางถึงเชียงใหม่ รวมทั้งผู้ใหญ่ที่เชียงใหม่ที่จัดงานเลี้ยงรอไว้ แต่ เก๋ ไม่ได้ไปร่วมงาน เพราะไม่อยากให้มองว่าไปเชียงใหม่เพราะใครหรือเปล่า และ เก๋ เป็นคนนครสวรรค์และก็เป็นแค่นักกีฬาคนหนึ่งเท่านั้นเอง
พิธีกรถามว่าการเป็นนักกีฬายกน้ำหนักทีมชาตินั้น สูญเสียอะไรบ้างไหม นอกจากความเป็นส่วนตัวหลังคว้าเหรียญทอง น้องเก๋ ตอบว่า คงไม่มีอะไรที่สูญเสียนัก จะมีก็เพียงชีวิตวัยเด็ก หรือช่วงวัยรุ่น เพราะที่ผ่านมามีแค่การฝึกซ้อมหลังเลิกเรียนทุก ๆ วัน ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นเหมือนที่เด็กรุ่นเดียวกันทำเลยเน้นให้ น้องเก๋ ออกงานกีฬา
ก่อนที่ เจ๊บุษ จะเสริมว่า งานบางงานที่ติดต่อเข้ามาบางครั้งไม่ใช่เรื่องของกีฬาเลย ส่วนใหญ่จะเป็นวาไรตี้โชว์
ซึ่งจริง ๆ เราไม่ได้ห้าม เพียงแต่ต้องดูความเหมาะสม เพราะอยากให้มอง น้องเก๋ เป็นนักกีฬามากกว่าเป็นดารา อยากให้มองว่า น้องเก๋ เริ่มต้นจากการเป็นลูกกรรมกรใช้เวลา 14 ปี เล่นกีฬายกน้ำหนัก อยากให้เยาวชนมองว่า เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ ขณะที่ น้องเก๋ บอกต่อว่า พ่อค่อนข้างเข้มงวดจะสอนให้ เก๋ ตั้งใจเรียนให้สูงที่สุด เพราะไม่อยากให้ลำบากเหมือน พ่อ-แม่ ที่เรียนมาน้อยต้องเดินเร่ขายลูกชิ้น แต่พอเก๋ได้เหรียญทอง พ่อเล่าว่าลูกชิ้นทอดขายดีมาก ขายหมดภายในไม่กี่ชั่วโมงเอง
พิธีกรได้ถามถึงเรื่องการฝึกซ้อมว่าเป็นอย่างไร ทาง สายพิณ เดชแสง กล่าวว่า เก๋ เป็นนักกีฬาที่ดูแลยาก เนื่องจากเป็นคนมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง แต่มีปัญหาเรื่องพละกำลัง โดยเฉพาะช่วงขาที่เล็ก รวมถึงแผ่นหลังที่ต้องเสริมสร้าง เก๋ ต้องฝึกซ้อมเพิ่มเติม หลังการซ้อมปกติ หาก เก๋ ไม่ทำก็ไม่ต้องมาคุยกันน้องเก๋เจ็บหนักแค่ลวงคู่แข่ง
ส่วนคำถามเรื่องอาการบาดเจ็บ จากการแข่งขันยกน้ำหนักชิงแชมป์โลก ที่เชียงใหม่ เมื่อปีที่แล้ว เกิดจากอะไร และอาการบาดเจ็บข้อศอกซ้ายหลุดใช้เวลารักษานานไหม เจ๊บุษ ตอบว่าจริง ๆ แล้ว เก๋เจ็บไม่หนัก แต่เราออกข่าวให้น่ากลัวเอาไว้ก่อน เพื่อลวงคู่แข่งเท่านั้น ซึ่ง เก๋
เป็นความหวังโอลิมปิกของสมาคมฯ มานาน เก๋จะมีเอกลักษณ์แตกต่างจาก นักกีฬาฮีโร่อย่าง อุดมพร พลศักดิ์ หรือ ปวีณา ทองสุก โดย อุดมพร จะมาจากครอบครัวที่สมบูรณ์มีพ่อและแม่ดูแล ขณะที่ ปวีณา มาจากครอบครัวที่มีแม่ดูแลเพียงคนเดียว ขณะที่ เก๋ มาจากครอบครัวที่ยากจน พ่อ-แม่อายุมาก แต่ยังต้องทำงานหนัก เก๋จึงเป็นเสาหลักของครอบครัว
จึงมีความพยายามสูงมากเผยถูกหลอกให้มาเล่นยกเหล็ก
จากนั้นเป็นคำถามจากคนดังในวงการบันเทิง โดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ กวีซีไรต์ ถามว่า ทำไมถึงเลือกกีฬายกน้ำหนัก ซึ่ง น้องเก๋ ตอบว่า จริง ๆ แล้วเหมือนโดนล่อลวงมากกว่า เพราะตอนเด็ก ๆ การจะไปเที่ยวต่างจังหวัดเป็นเรื่องยากมาก
เพื่อนบอกว่าเป็นนักกีฬาไปแข่งต่างจังหวัดแล้วจะได้ไปเที่ยว ตอนนั้นไม่รู้จะเล่นกีฬาอะไร จึงเลือกเล่นยกน้ำหนักกับคนแถวบ้าน ก่อนที่พิธีกรจะย้อนถามเรื่องของหัวใจ แต่ น้องเก๋ กล่าวเพียงว่าไม่อยากพูดเรื่องนี้มากนัก ไม่อยากเปิดเผยว่าเป็นใคร อยากให้คนสนใจที่ผลงานมากกว่าชีวิตขาลง น้องเก๋ สุดรันทด
ส่วนคำถามของ เขาทราย กาแล็กซี่ อดีตนักชกแชมป์โลก ถามว่าการยกน้ำหนักตอนที่เล่นเวตเทรนนิ่งเป็นช่วงที่ทรมานมากในชีวิตนักมวย การเป็นนักกีฬายกน้ำหนักของเก๋ ทรมานหรือเปล่า ซึ่ง น้องเก๋ ตอบว่าไม่ทรมานขนาดนั้น แต่ก็มีช่วงที่ชีวิตมีปัญหาเหมือนกัน อย่างตอนที่ไปแข่งเอเชี่ยนเกมส์ เริ่มจะเก็บเงินได้ แต่ที่บ้านมีปัญหาน้องป่วย จึงต้องเอาเงินเก็บทั้งหมดไปรักษาน้องสาว
เดินทางไปแข่งทั้งที่ยังเจ็บผลงานก็ไม่ดี พอกลับมาก็มีปัญหาบาดเจ็บในการแข่งขันที่เชียงใหม่อีก ชีวิตช่วงนั้นแย่มาก มาได้คุณบุษบา และสมาคมฯ ที่ให้โอกาสอีกหน
เก๋อยากจะบอกว่านักกีฬายกน้ำหนักส่วนใหญ่เล่นเพราะใจรัก เราจะมีรายได้ทางเดียวคือ เงินรางวัลจากการได้เหรียญรางวัลต่าง ๆ ไม่มีความมั่นคงที่ชัดเจนนัก เก๋คิดอย่างเดียวว่าถ้าเก๋เลิกเล่น ครอบครัวเก๋ก็ไม่มีรายได้ เราหยุดสักคนคนอื่นก็จะลำบากสมัคร แนะนำให้รู้จักวางตัว
ต่อมาเป็นคำถามจาก
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน ถามว่ามีการฝึกวินัยและการควบคุมอารมณ์อย่างไร น้องเก๋ ตอบว่าคงจะเป็นเพราะประสบการณ์ ถึงเก๋จะอายุน้อยแต่เล่นกีฬายกน้ำหนักมาแล้ว 14 ปี แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องใจร้อนอยู่บ้าง
จากนั้นรายการได้ตัดเข้าคำถามของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่บอกเพียงว่า ไม่ฝาก ไม่ถาม โทรศัพท์คุยกันแล้ว จะเจอกันอีกครั้งที่ทำเนียบ อบรมกันไปแล้ว ซึ่ง น้องเก๋ เล่าว่า นายกรัฐมนตรี ได้โทรฯไปแสดงความยินดีแล้ว และอบรมสั่งสอนหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องการวางตัว ท่านบอกว่าตัวเราประสบความสำเร็จแล้ว แต่ยังไงเสียเราก็ยังเป็นตัวเรา ต้องรู้ว่าเราเป็นใครมาจากไหน
ส่วนข้อถามว่าได้ทานข้าวหน้าไก่เมนูเด็ดของนายกฯ หรือไม่ น้องเก๋บอกว่าไม่ได้ทานเพราะต้องทำน้ำหนักกองทัพบกอ้าแขนรับเข้าเป็นทหาร
ก่อนจะปิดท้ายด้วยคำถามจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ถามว่าสนใจจะทำงานกับกองทัพหรือไม่ ซึ่ง น้องเก๋ ตอบทันทีว่าสนใจ เพราะอยากได้ความมั่นคง และขอวอนตรงนี้เลยว่าอยากให้ช่วยเหลือเพื่อน ๆ นักกีฬาด้วย
เพราะนักยกน้ำหนักหลายคนอายุมากแล้วและก็ยังไม่มีงานทำตะลึง! หัวใจ น้องเก๋ อยู่ด้านขวา
ทันทีที่จบการอัดรายการ จมูกมด คณะของ น้องเก๋ ได้เดินทางไปถ่ายทำรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ที่ช่อง 3 ต่อทันที โดยเนื้อหาคำถามส่วนใหญ่เป็นไปในทำนองเดียวกัน โดย สรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรเรื่องเล่าเช้านี้ ถามว่าเมื่อวานได้ดู มนัส บุญจำนงค์ ชกหรือเปล่า ซึ่ง น้องเก๋ ตอบว่าดูและตื่นเต้นมากและ สรยุทธ ถามว่า เก๋จับหัวใจด้านไหน เก๋ตอบว่าหัวใจเก๋อยู่ข้างขวา สร้างความมึนงงให้กับพิธีกรเป็นอย่างมาก
เซ็นทรัลแจก 1 แสนให้ชอปปิง
จากนั้น น้องเก๋ ได้กลับมาพักผ่อนที่โรงแรม ก่อนจะเดินไปชอปปิงรองเท้ากีฬาที่ส่วนของซุปเปอร์สปอร์ต ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งทางห้างได้มอบบัตรกำนัลพิเศษให้กับ น้องเก๋ จำนวน 100,000 บาท ซึ่ง น้องเก๋ ได้เลือกซี้อรองเท้าวิ่งไนกี้ ช็อก เบอร์ 38 มูลค่า 5,990 บาท พร้อมกับกล่าวว่า จะซื้อของขวัญไปฝาก พ่อ-แม่ และน้อง ๆ ทั้ง 3 คนแพทย์ชี้หัวใจ น้องเก๋ เป็นปกติ
สำหรับประเด็นที่ น้องเก๋ มีหัวใจอยู่ข้างขวานั้น เจ๊บุษ กล่าวว่า ทราบเมื่อหลายปีก่อน เพราะตอนนั้น น้องเก๋ ได้รับบาดเจ็บ ก็ให้หมอตรวจและเอกซเรย์ทุกอย่าง แต่หาหัวใจไม่เจอแรก ๆ ก็งงกัน ก่อนที่หมอจะหาเจอว่าอยู่ทางฝั่งขวา ซึ่งผิดจากคนปกติ แต่ไม่มีปัญหากับการฝึกซ้อม ขณะที่ นพ.อี๊ด ลอประยูร แพทย์ประจำทีม กล่าวว่า ไม่ถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพียงแต่แปลกกว่าคนปกติเท่านั้น โดยตำแหน่งของอวัยวะภายในบางส่วนอาจจะกลับข้างจากคนปกติ ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาร่างกายบางส่วน แต่ไม่มีผลต่อการฝึกซ้อม