กัญจน์ ศิริวุฒิ ผู้สื่อข่าวกราวกีฬาไทยรัฐ รายงานจากเมืองคาลี ประเทศโคลอมเบีย ถึงความเคลื่อนไหวของ จอมพลังสาวไทย ที่เดินทางมาร่วมการแข่งขันยกน้ำหนักเยาวชนชิงแชมป์โลก 2008 หลังจากเมื่อบ่ายวันที่ 15 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น (ช้ากว่าเวลาเมืองไทย 12 ชั่วโมง) หรือ ตรงกับวันที่ 16 มิ.ย. ตามเวลาไทย 2 นักยกลูกเหล็กสาว ไทย ประเดิมสนามในรุ่น 48 กก.หญิง ด้วยผลงานที่ดี คว้ามาได้ 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง ในรายของพนิดา คำศรี ทำได้คนเดียว 2 เหรียญเงิน จากท่าคลีนแอนด์เจิร์ก กับน้ำหนักรวม และ 1 เหรียญทองแดง จาก ท่าสแนตช์ ขณะที่ทิพอมร ภูปรื้ม ได้ 1 เหรียญทองแดง จากท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ไปเรียบร้อยแล้ว
ล่าสุด เมื่อบ่ายวันที่ 16 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับวันที่ 17 มิ.ย. ตามเวลาไทย จอมพลังสาวไทย ไม่มีโปรแกรมลงแข่งขัน แต่ แต้ว พิมศิริ ศิริแก้ว นักยกลูกเหล็กดาวรุ่งของไทยที่เหลือในรุ่น 58 กก.หญิง ได้เดินทางไปฝึกซ้อมที่สนามแข่งขันเช่นเดิม เพื่อเตรียมลงแข่งในวันที่ 17 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับวันที่ 18 มิ.ย. ตามเวลาไทย ส่วนนักกีฬา 2 คน ที่แข่งขันเสร็จสิ้น ไปก่อนหน้านี้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ในราย ของทิพอมรยังต้องรักษาอาการเจ็บที่กล้ามเนื้อบริเวณสะบักหลังขวา และกล้ามเนื้อต้นคอ ต่อไป หลังจากได้ รับบาดเจ็บมาระหว่างแข่ง
สำหรับความหวังของพิมศิริ ทางจ่าโทหญิงสายพิณ เดชแสง ผู้ฝึกสอนทีมไทย กล่าวว่า จากการฝึกซ้อม ก่อนหน้านี้และครั้งล่าสุด พิมศิริมีความพร้อมมากทั้งร่างกาย และจิตใจ เชื่อว่าหากเจ้าตัวรักษามาตรฐาน ทำ สถิติได้เหมือนที่ฝึกซ้อมมา ไม่น่าจะมีปัญหา น่าจะติด เป็น 1 ใน 3 คนแรกได้อย่างแน่นอน โดยมีสาวรัสเซียเป็น คู่แข่งที่อันตราย
ด้าน เสธ.ยอด พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ที่ปรึกษาสมาคมยกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทย รองประธานสหพันธ์ยกน้ำหนักแห่งเอเชีย และนานาชาติ เปิด เผยว่า จากการร่วมประชุมสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ ทราบว่า การจัดการแข่งขันรายการต่างๆทั่วโลก ทั้งใน ระดับทั่วไป และเยาวชน ตั้งแต่ตอนนี้ ยาวไปอีก 3-4 ปี ข้างหน้า ต่างก็มีประเทศที่จองเป็นเจ้าภาพกันหมดแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกรายการที่เหลืออยู่และน่าสนใจ นั่นคือ รายการชิงแชมป์เอเชีย ในปี 2012
สำหรับยกน้ำหนักชิงแชมป์เอเชีย ปี 2012 มีความ สำคัญไม่น้อยเลย เนื่องจากจะเป็นรายการที่คัดเลือกจอมพลังไปร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งนั่นจะส่งผลดีต่อนักกีฬาไทย แม้ว่าดูเหมือนจะยังอีกไกลหลายปี แต่ก็ต้องมีการเตรียมการ แต่เนิ่นๆ โดยตนจะได้เสนอตัวเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดรายการดังกล่าว ในการประชุมสหพันธ์ยกน้ำหนักเอเชีย เดือน พ.ย.นี้ ที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งตอนนี้ทราบว่ายังไม่มีประเทศ ใดยื่นความจำนง ส่วนงบประมาณหากได้รับเลือก คาดจะใช้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ในการจัด พล.ต.อินทรัตน์ กล่าวในตอนท้าย