น้องเก๋กลับถึงมาตุภูมิรับอบอุ่นรอทัพใหญ่มาฉลองชัยแม่ลมจับหิ้วเมนูเด็ดจอมพลังสาวฮุบไต๋คนรัก

 

“น้องเก๋” ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล นักกีฬายกน้ำหนัก ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2008 รุ่น 53 กก. หญิง พร้อมคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางกลับจากประเทศจีน เมื่อวันที่ 15 ส.ค. มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี 675 เวลา 12.40 น. โดยมี นายจันทร์แก้ว-นางภาวรีย์ (ราศรี) พ่อและแม่ของ “น้องเก๋” พร้อมน้อง ๆ อีก 3 คน ตลอดจนญาติ พี่น้อง นักเรียนจากจังหวัดนครสวรรค์ ได้จัดขบวนสิงโตทอง เดินทางมาต้อนรับอย่างคับคั่ง ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนทุกแขนงที่มาร่วมรายงานความเคลื่อนไหวกว่าร้อยชีวิตr แม่สุดตื่นเต้นจนเป็นลมล้มพับ


การจัดพิธีต้อนรับ “น้องเก๋” กลับสู่มาตุภูมิครั้งนี้ทางการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้จัดให้ตัวแทนสื่อมวลชน เข้าไปเก็บภาพบรรยากาศถึงบนเครื่องบินเลย ส่วน “แม่น้องเก๋” นางภาวรีย์ ช่วงแรกที่ลงจากรถ เมื่อเจอกับกองทัพสื่อมวลชนที่เข้าไปรุมล้อมเพื่อขอสัมภาษณ์ ถึงกับเป็นลมล้มพับไปเลย ทำให้ในช่วงที่ขึ้นไปรับ “น้องเก๋” บนเครื่องบินต้องนั่งรถเข็นขึ้นไปr พ่อหิ้วเมนูโปรดมารับ“น้องเก๋”
ส่วนคุณพ่อจันทร์แก้ว ได้นำกับข้าวของโปรดของ “น้องเก๋” ประกอบด้วย เต้าเจี้ยวหลน, น้ำพริกอ่อง และขนมโมจิ มาฝากลูกสาวด้วย พร้อมกับกล่าวว่า สิ่งแรกที่อยากจะทำเมื่อเจอหน้าน้องเก๋ ก็คือขอกอดให้หายคิดถึง โดยระหว่างที่อยู่ บนเครื่องบินนั้น ทางการบินไทยได้จัดเมนูพิเศษ ประกอบด้วย เค้กรูปเหรียญทอง, ฉู่ฉี่กุ้ง และส้มตำ ไว้เลี้ยงคณะนักกีฬายกน้ำหนักและแบดมินตัน ที่ได้เดินทางมาในเที่ยวบินเดียวกันด้วยr ขอฉลองพร้อมมวย-เทควันโด


สำหรับบรรยากาศโดยทั่วไป ทางท่าอากาศ ยานสุวรรณภูมิ ได้จัดห้องพิเศษ (วีไอพี) ไว้ต้อนรับคณะนักกีฬายกน้ำหนัก โดยในส่วนของ “น้องเก๋” หลังจากที่ลงจากเครื่องบิน ก็ได้เข้าห้องไป ทันที พร้อมกับใช้เวลาส่วนตัวอยู่กับครอบครัวเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนที่จะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนบริเวณเวทีด้านหน้าซึ่งจัดเตรียมไว้เป็นพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศที่สุดชุลมุนของบรรดาสื่อมวลชนที่ต้องการเก็บภาพให้ได้มากที่สุด
จากนั้น “น้องเก๋” ได้กล่าวขอบคุณทุกแรงใจของคนไทยที่ทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จในกีฬาโอลิมปิก ส่วนการจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ จะต้องรอให้ทัพนักกีฬาไทยชุดใหญ่แข่งขันจบก่อน เพราะว่าไม่อยากฉลองคนเดียว คนไทยยังได้ลุ้นเหรียญจากมวยสากลสมัครเล่น กับเทควันโด ส่วนที่มีข่าวว่า “น้องเก๋” ถูกกีดกันไม่ให้พบครอบครัวในระหว่างที่อยู่เมืองจีนนั้น ขอยืนยันว่า

ไม่มีใครกีดกันทั้งสิ้นและได้คุยกับพ่อ-แม่แล้ว อยากให้ทุกคนเข้าใจด้วยr การท่าฯ มอบทองคำให้ 10 บาท
ส่วนบรรยากาศบนเวที ได้มีบุคคลสำคัญ ๆ ของวงการกีฬาไทย มาร่วมแสดงความยินดี เริ่มจาก นางศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตลอดจนบรรดาสปอนเซอร์ของสมาคมฯ ทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, ผู้แทนจากโตโยต้า, ยามาฮ่า, องค์กรที่เกี่ยวข้องจากจังหวัดนครสวรรค์ รวมทั้งนายสมชาติ แสงน้อย โค้ชคนแรกของ “น้องเก๋” ก็ได้มาร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีด้วย ขณะที่ นายฉัตร หาญพัฒนนันท์ รองผู้อำนวยการท่าอากาศ ยานสุวรรณภูมิ ได้มอบทองคำหนัก 10 บาท ให้กับ “น้องเก๋” อีกด้วยr “น้องเก๋”ขอยกรุ่น 53 กก.ต่อไป


“น้องเก๋” ประภาวดี ยืนยันอีกว่า เล่นยกน้ำหนักเพราะว่าใจรักและต้องการเป็นเบอร์ 1 ให้ได้ และยังจะเล่นกีฬาชนิดนี้ต่อไป ส่วนโอลิมปิกในอีก 4 ปีข้างหน้าจะคว้าเหรียญทองได้หรือไม่ ยังไม่รู้ เพราะครั้งนี้ชนะได้เนื่องจากจีนไม่ส่งนักกีฬาเข้าแข่ง แต่ครั้งหน้าหากจีนส่งแข่ง ก็อาจจะไม่ได้เหรียญทองก็ได้ อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าจะเล่นในรุ่น 53 กก. ต่อไป เพราะหากเปลี่ยนรุ่นเขยิบไปเป็น 58 กก. อาจจะมีปัญหาในการฝึกซ้อม เล่นในรุ่นนี้ก็ซ้อมสบาย ๆ อยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องไปเปลี่ยนแปลง
เจ้าของเหรียญทอง “ปักกิ่งเกมส์” ยังกล่าวอีกว่า เรื่องของเงินรางวัลที่ได้ จะไม่เอาไปลงทุนอะไร เพราะไม่มีความรู้ และช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ขอเก็บเป็นเงินฝากเก็บดอกเบี้ยให้แม่ไว้ใช้ ที่สำคัญการที่มีเงินจากเงินรางวัลเข้ามาก็จะทำให้ครอบครัวมีความมั่นคงมากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการฝึกซ้อมที่จะไม่ต้องมาพะวงหน้าพะวงหลังอีก จากนี้ไปคงเล่นยกน้ำหนักได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

นอกจากนี้ยังขอฝากไปยังรัฐบาลว่าให้ช่วยหาอาชีพที่มั่นคงให้กับนักกีฬาทีมชาติหลังจากเลิกเล่นทีมชาติด้วยr พร้อมโชว์แหวนนิ้วนางข้างซ้าย
ส่วนเรื่องของหัวใจนั้น “น้องเก๋” กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้มีคนรู้ใจแล้ว พร้อมกับชูแหวนที่สวมไว้ที่นิ้วนางข้างซ้ายให้พี่ ๆ นักข่าวได้ดูด้วย แต่เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในเรื่องนี้ เนื่องจากอยากให้เป็นเรื่องส่วนตัว อยากให้โฟกัสที่ผลงานการเป็นนักกีฬามากกว่า
“เรื่องคนรู้ใจยอมรับว่ามีแล้ว แต่คงต้องขอจากพี่ ๆ ว่าอยากให้เป็นเรื่องส่วนตัว หวังว่าพี่ ๆ คงเข้าใจ เพราะต้องให้เกียรติเขาด้วย ที่ผ่านมาเขาก็ให้กำลังใจเก๋มาตลอดจนประสบความสำเร็จในวันนี้ ส่วนเรื่องที่จะมีคนทาบทามให้เล่นหนังเล่นละครนั้น เก๋ถนัดอยากคุยกับพี่ ๆ นักข่าวแบบนักกีฬาจะดีกว่า” น้องเก๋ กล่าวr “ส.ยกเหล็ก”แจงแบ่งเงินรางวัล


นายจิตนรา นวรัตน์ อุปนายกสมาคมยกน้ำหนักฯ ได้ชี้แจงถึงเรื่องของการจัดสรรปันส่วน เงินรางวัลที่ “น้องเก๋” จะได้รับมาว่า สมาคมฯ ได้วางหลักเกณฑ์ไว้อย่างเป็นธรรมและโปร่งใส โดยจะหัก 20 เปอร์เซ็นต์ของเงินสดที่นักกีฬาได้รับมาจัดสรรให้กับกลุ่มบุคคลที่สมาคมฯ ได้กำหนดไว้ ประกอบด้วย

1.คณะนักกีฬา ที่ได้ร่วมต่อสู้กันมาตั้งแต่รอบคัดเลือกใน 2 ปีที่ผ่านมา จนนักกีฬายกน้ำหนักหญิง ได้โควตามาครบ 4 ที่ รวมทั้งนักกีฬาที่ไปแข่งแล้วไม่ได้เหรียญกลับมา

2.ผู้ฝึกสอน โดยเฉพาะผู้ฝึกสอนชาวไทยที่มีเงินเดือนไม่มากเหมือนผู้ฝึกสอนชาวต่างประเทศ

3.โค้ชคนแรกของ “น้องเก๋” และ 4.นักกีฬาคนอื่น ๆ ที่ร่วมฝึกซ้อมทีมชาติด้วยกัน

สำหรับเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่เป็นเงินเดือนแบ่งจ่ายทุกเดือนนั้น สมาคมฯ ขอไปหารือเรื่องนี้อีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะหลักเกณฑ์ในส่วนนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่สมาคมฯ ได้กำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินรางวัลไปแล้ว ส่วนที่เป็นของรางวัลจะเป็นกรรมสิทธิ์ของ “น้องเก๋” คนเดียวเท่านั้นr กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เชียงใหม่


หลังจากที่เสร็จสิ้นพิธีในวันนี้ คณะของ “น้องเก๋” ได้ต่อเครื่องบินเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ทันที ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี 116 มีชาวเชียงใหม่ ไปรอต้อนรับกันอย่างคับคั่ง พร้อมทั้งจัดขบวนรถชอปเปอร์ กว่า 100 คน และการแสดงต่าง ๆ ไว้ต้อนรับ “น้องเก๋” อย่างยิ่งใหญ่อีกด้วย ขณะที่ “เจ๊บุษ” นางบุษา ยอด บางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า จะยังไม่มีการจัดพิธีฉลองใด ๆ แต่ในวันที่ 16 ส.ค.

อาจจะเดินทางไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นักกีฬาเคารพและนับถือ จากนั้นวันที่ 18 ส.ค. จะเดินทางมาร่วมอัดรายการสดกับทางสถานี โทรทัศน์ช่องต่าง ๆ เพียงวันเดียว โดยจะเน้นรายการข่าวที่เข้าถึงคนไทยเป็นหลัก เช่น จมูกมด, เรื่องเล่าเช้านี้r “สายลม”แผ่วพ่ายแอลจีเรีย