ยกเหล็กกำหนดกลับประเทศ

“เจ๊บุษ” นางบุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทีมยกน้ำหนักไทยรวมทั้งประภาวดี จะเดินทางออกจากประเทศจีนกลับสู่ประเทศไทย ในวันที่ 15 ส.ค. โดยสายการบินไทย เที่ยวบินทีจี 675 เวลา 08.30 น. ถึงไทย เวลา 12.15 น. และมุ่งหน้าไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมทันที โดยไม่มีการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ตลอดจนการโชว์ตัวใด ๆ ทั้งสิ้น รวมไปถึงการเลี้ยงฉลองความสำเร็จด้วย จะรอให้คณะนักกีฬาทั้งหมดของไทยเดินทางกลับจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในวันที่ 25 ส.ค. เสียก่อน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อสื่อทุก ๆ แขนงและเพื่อความเป็นหมู่คณะ ตอนนี้มีการแย่งตัว “น้องเก๋” กันมาก ทำให้ “น้องเก๋” ไม่ค่อยสบายใจ เวลาโทรศัพท์กลับไปหาพ่อแม่และน้องก็จะมีสื่อ มวลชนรอที่จะพูดด้วยตลอดเวลาทำให้ไม่สะดวก เมื่อกลับมาถึงประเทศไทยจะหารือกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า

จะทำอย่างไรให้เกิดความเป็นธรรมต่อสื่อทุกแขนงและทุกสำนัก รวมทั้งสมาคมยกน้ำหนักฯ จะมีการตั้งคณะกรรมการด้านสิทธิประโยชน์ขึ้นมาดูแลควบคู่กันไปด้วยแย้มเลือก “สรยุทธ-กนก” ก่อน
สำหรับการจัดคิวออกงานของ “น้องเก๋” นั้น ทาง “เจ๊บุษ” กล่าวว่า เมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว อันดับแรกจะให้คิวกับผู้สนับสนุนหลักที่ให้การช่วยเหลือสมาคมฯ เป็นอันดับ แรก คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, บริษัท โอสถสภา จำกัด และ มาม่า ส่วนรายการโทรทัศน์ ตอนนี้จะให้แค่ 2 รายการ ที่มีพิธีกร “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” เป็นผู้ดำเนินรายการ อาจจะเป็น “เรื่องเล่าเช้านี้” หรือ “จับเข่าคุย” สำหรับอีกรายการ ที่มี “กนก รัตน์วงศ์สกุล” เป็นผู้ดำเนินรายการ เพราะเชื่อว่าจะเข้าถึงประชาชนได้มาก เนื่องจากเป็นรายการที่มีเรตติ้ง สูง นักกีฬาจะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป“เจ๊บุษ” ปลดโค้ชจีนเหตุผลงานไม่ดี


นางบุษบา ยังกล่าวต่อไปอีกว่า จากผลงานของนักกีฬายกลูกเหล็กของไทย ที่ตั้งเป้าก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2008 “ปักกิ่งเกมส์” ว่า จะต้องคว้าให้ได้ 1 เหรียญทอง, 1 เหรียญเงิน และ 3 เหรียญทองแดง แต่ปรากฏว่ากลับทำได้เพียงแค่ 1 เหรียญทองนั้น ถือว่าเป็นผลงานที่น่าผิดหวังเล็กน้อย ซึ่งเท่าที่มีการประเมินกันน่าจะอยู่ที่ตัวของ “โค้ชชาวจีน” จาง เป่า ซุ่น ที่เข้ามาทำหน้าที่แทน “จาง เจีย หมิง” ผู้ที่คุมทีมและพานักยกน้ำหนักของไทย คว้า 2 เหรียญทอง, 2 เหรียญทองแดง ในกีฬาโอลิมปิก 2004 “เอเธนส์เกมส์” เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เนื่องจากมีความรู้ความสามารถสู้ “จาง เจีย หมิง” ไม่ได้

โดยเฉพาะเรื่องการเรียกน้ำหนักเหล็กในช่วงของการแข่งขัน ทำให้นักกีฬาของไทยต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้คู่แข่งตั้ง “น้องไก่” ร่วมเป็นโค้ชทีมหญิง
นายกสมาคมยกลูกเหล็กของไทย ยังกล่าวต่อไปอีกว่า เรื่องกีฬายกน้ำหนักนั้น จะต้องรู้เขารู้เรา บางทีเรารู้ฝ่ายตรงข้าม แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับรู้ข้อมูลของเรามากกว่า สิ่งนี้มีผลต่อการชิงเหรียญในช่วงที่แข่งขัน ตอนนี้เท่าที่ได้พูดคุยกับ “เสธ.ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ที่ปรึกษาของสมาคมฯ คงจะไม่มีการว่าจ้าง “จาง เป่า ซุ่น” ให้ทำหน้าที่โค้ชยกน้ำหนักหญิงต่อไป เนื่องจากสัญญาจะหมดลงในเดือน ส.ค.นี้ และทางสมาคมฯ จะใช้โค้ชไทยเข้ามาทำหน้าที่ดูแลนักกีฬาหญิงทั้งหมด ประกอบไปด้วย สายพิณ เดชแสง, “น้องไก่” ปวีณา ทองสุก อดีตฮีโร่เหรียญทอง ยกน้ำหนักรุ่น 75 กก. ที่ “เอเธนส์เกมส์” และ “เอ” อภิญญา ภาคสุโพธิ์ ที่เคยเป็นผู้ช่วยของ “จาง เจีย หมิง” เมื่อกีฬาโอลิมปิก ปี 2004 เข้ามาปั้นและสร้างนักกีฬารุ่นใหม่ต่อไปชาวจีนแห่ถ่ายรูปกับ “น้องเก๋”


หลังเสร็จจากการรับประทานอาหารกลางวัน คณะของ “น้องเก๋” ได้เดินทางไปเที่ยวที่ซิลค์ สตรีต แหล่งขายของใหญ่ของจีน ที่ตั้งอยู่ในย่านจิวซุ่ย มีร้านขายของมากกว่า 1 หมื่นร้าน โดย ประภาวดี ได้ซื้อเป้สะพายดิสนีย์แลนด์สีชมพู ให้กับ เพ็ญศิริ เหล่าศิริกุล เพื่อนร่วมทีมในราคา 150 หยวน
ทั้งนี้ตลอดการเดินซื้อสินค้าของ “น้อง เก๋” บรรดาพ่อค้าแม่ค้าชาวจีนจำได้ว่าเป็นนักยกน้ำหนักหญิงไทยที่คว้าเหรียญทอง จึงเข้ามาขอลายเซ็นและถ่ายรูปกันยกใหญ่ รวมทั้งสื่อมวลชนจีนก็ได้เข้ามาสัมภาษณ์ สำหรับวันที่ 14 ส.ค. ประภาวดีและคณะนักยกน้ำหนักและเจ้าหน้าที่ทีมชาติไทย มีโปรแกรมไปเที่ยวกำแพงเมืองจีน, พระราชวังต้องห้ามและจัตุรัสเทียนอันเหมิน ก่อนจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 15 ส.ค.“เสธ.หนั่น” ให้เงินอัดฉีดส่วนตัว


จากนั้น “น้องเก๋” พร้อมคณะได้เดินทางไปยังโรงแรมจ้าวหลง เพื่อเข้าพบกับ “เสธ. หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจนักกีฬา โดย “เสธ.หนั่น” ได้แสดงความยินดีกับ “น้องเก๋” พร้อมกับมอบเงินอัดฉีดส่วนตัวให้ แต่ไม่ยอมเปิดเผยจำนวนเงิน ส่วน “เสี่ยอ๊อด” นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ซึ่งเป็นคนจังหวัดพิจิตร ได้แจ้งความประสงค์ผ่านมายัง “เสธ. ยอด” พล.ต.อินทรัตน์ ว่าจะมอบเงินอัดฉีดให้กับ “น้องเก๋” ที่ทำชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ และชาวปากน้ำโพ คาดว่าจะไม่ต่ำกว่าล้านบาทแน่นอน“บิ๊กจา” ชี้ผลงานไทยสอบผ่าน