ทุบสถิติโอลิมปิก แม่ลุ้นจนเป็นลม "ช่างทอง"สุดเฮง รับตู้เย็น"ข่าวสด"
ฮีโร่ใหม่- น้องเก๋ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล โชว์เหรียญทองแรกของไทย จากการแข่งขันยกน้ำหนักรุ่น 53 ก.ก. ทำน้ำหนักรวมได้ 221 ก.ก. โดยเฉพาะท่าคลีนแอนด์เจิร์ก น้องเก๋ทำสถิติใหม่โอลิมปิกที่ 126 ก.ก. ส่วนท่าสแนต์ชทำได้ 95 ก.ก.
จอมพลังสาว "น้องเก๋" ประภาวดี ทำสำเร็จ คว้าเหรียญทองโอลิมปิก "ปักกิ่งเกมส์" รุ่น 53 ก.ก.หญิง ขึ้นยกลูกเหล็กอย่างแข็งแกร่งมั่นใจ ชนะคู่แข่งสบายๆ แถมทุบสถิติท่าคลีนแอนด์เจิร์ก "สมเด็จพระเทพฯ" ส่งลายพระราชหัตถ์แสดงความยินดี ทรงชื่นชมมานะอดทน ตั้งใจฝึกซ้อม น้องเก๋ตื้นตันใจ เตรียมทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญ "พระราชินี" เผยเคล็ดเปลี่ยนชื่อ เหตุแม่ชีทัก หากใช้ชื่อเดิมจะไปไม่ถึงดวงดาว ด้านโอลิมปิกไทยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 ล้าน เบื้องต้นรับเหนาะๆ 16 ล้าน พ่อแม่เปิดบ้านที่ปากน้ำโพร่วมลุ้นกันคึกคัก พ่อน้ำตาคลอเบ้า แม่ถึงกับเป็นลม วันนี้นักยกเหล็กสาวไทยมีลุ้นอีกคน "วันดี คำเอี่ยม" ส่วนนักชกไทยไม่มีคิวขึ้นสังเวียน โชคดีได้บายรอบแรก "ข่าวสด" จับรางวัลแจกโชครายวัน หนุ่มช่างทองดวงเฮงคว้ารางวัลที่ 1 ตู้เย็นไฮเออร์ แม่ค้าผ้าย่านโบ๊เบ๊ได้บัตรเติมน้ำมัน
-ลุ้นระทึก"น้องเก๋"ยกน้ำหนัก
การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2008 หรือ "ปักกิ่งเกมส์" ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเจ้าภาพ ประจำวันที่ 10 ส.ค. ในส่วนของนักกีฬาไทยที่ลงแข่งขันในวันนี้ ต่างมุ่งไปที่การแข่งขันกีฬายกน้ำหนักหญิง แข่งกันที่มหาวิทยาลัยการบิน ณ กรุงปักกิ่ง ในรุ่น 53 ก.ก.หญิง ในรุ่นนี้เมื่อครั้งโอลิมปิกเกมส์ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เมื่อปี 2004 "น้องอร"อุดมพร พลศักดิ์ เป็นเจ้าของเหรียญทองในรุ่นนี้ ในโอลิมปิกครั้งนี้ไทยส่ง "น้องเก๋"ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล เป็นเต็ง 1 ในการคว้าเหรียญทอง ในรุ่นนี้มีชาติคู่แข่งขันลงประชันความเป็นเจ้าพลัง 8 ชาติ โดยมี เกาหลีใต้ เบลารุส อินโดนีเซีย เป็นคู่แข่งขันสำคัญ
เริ่มการแข่งขัน จากท่าสแนต์ช น้องเก๋-ประภาวดี เรียกน้ำหนักการยกครั้งแรกที่ 92 ก.ก. ปรากฏว่ายกผ่านไปได้สบาย ตามด้วยในครั้งที่ 2 สามารถยกผ่านไปได้ที่ 95 ก.ก. และครั้งที่ 3 เรียกน้ำหนัก 97 ก.ก. ยกไม่ผ่าน แต่ก็มีน้ำหนักดีที่สุด อยู่ที่ 95 ก.ก. เท่ากับ โนวิกายา นาสตาสเซีย จอมพลังสาวเบลารุส แต่ได้เปรียบน้ำหนักตัวเบากว่า โดยมี ยุน จิน ฮี จากเกาหลีใต้ ตามมาติดๆ ที่ 94 ก.ก.
-คว้าทองสบายๆ-แถมทุบสถิติ
ต่อมาเป็นการยกในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก เป็นท่าถนัดของประภาวดี เนื่องจากเคยยกได้ถึง 130 ก.ก. ดีกว่าสถิติโลก 129 ก.ก. ในการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้รับการบันทึกเป็นสถิติโลกอย่างเป็นทางการ โดยครั้งนี้ น้องเก๋เรียกน้ำหนักเริ่มต้นที่ 120 ก.ก. สามารถยกผ่านไปอย่างสบายๆ คว้าเหรียญทองในทันที เพราะคู่แข่งจากเกาหลีใต้ และเบลารุสที่ออกมายกก่อน ทำได้ไม่ถึง 120 ก.ก.
จากนั้น จอมพลังสาวไทยจากปากน้ำโพ ยกครั้งที่ 2 เนื่องจากได้เหรียญทองแน่นอนแล้ว เพราะนาสตาส เซีย กับ ยุน จิน ฮี ทำน้ำหนักไม่ถึง ประภาวดีเรียกน้ำหนัก 126 ก.ก. ยกผ่านไปได้ พร้อมทำลายสถิติโอลิมปิกในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ที่หยาง เซียะ จากจีน ทำไว้เมื่อปี 2000 ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย 125 ก.ก. ก่อนครั้งที่ 3 น้องเก๋เรียกน้ำหนัก 130 ก.ก. หวังทำลายสถิติโลก แต่ไม่สำเร็จ ทำน้ำหนักรวมได้ 221 ก.ก. เหรียญเงินเป็นของเกาหลีใต้ และทองแดง เบลารุส
ทันทีที่การแข่งขันจบลง ประภาวดี เดินลงจากเวที พร้อมกับก้มกราบนางบุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนัก และพล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ที่ปรึกษาสมาคม พร้อมทั้งกล่าวว่า ถ้าไม่มีทั้ง 2 คน คงจะไม่มีวันนี้
-แม่ชีทักเปลี่ยนชื่อ-ถึงดวงดาว
ประภาวดีกล่าวว่า คำแรกที่อยากจะพูดหลังจากประสบความสำเร็จ คือเหรียญนี้ทำเพื่อแม่ทุกคนในไทย เพื่อแม่หลวง เพื่อคนไทย และเพื่อครอบครัว หลังจากกลับประเทศไทยในวันที่ 25 ส.ค. ต้องการจะกลับไปหาครอบครัวที่จ.นครสวรรค์ เพราะจากบ้านมาเข้าแคมป์เก็บตัวที่จ.เชียงใหม่ 8 ปีแล้ว เพิ่งจะได้กลับบ้านแค่ 3 ครั้งเท่านั้น
จอมพลังสาวจากปากน้ำโพ ซึ่งเคยใช้ชื่อ จันทร์พิมพ์ กัณฑะเตียน กล่าวถึงสาเหตุการเปลี่ยนชื่อว่า เป็นเพราะแม่ชีที่จ.เชียงใหม่ ทักว่าชื่อไม่ดี หากใช้อยู่จะไม่ถึงดวงดาว จึงเปลี่ยนเพื่อความสบายใจ ส่วนอาการบาดเจ็บข้อศอกหลุด ที่เกิดจากการแข่งขันชิงแชมป์โลก จ.เชียงใหม่ เมื่อปีก่อน เมื่อหายเจ็บ ก็พยายามฟื้นตัวให้เร็วที่สุด เพื่อโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้
น้องเก๋กล่าวต่อว่า แต่เสียดายที่ทำลายสถิติโลกไม่ได้ เป็นเพราะลดน้ำหนัก แต่ก็ยังดีที่ทำลายสถิติโอลิมปิกได้ การคว้าเหรียญทองครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจีนไม่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน หากจีนลงแข่งก็ต้องรัดกุมขึ้น ก่อนแข่งคิดไว้อยู่แล้วว่า ถ้าเป็นไปได้ อยากทำลายสถิติโลก แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขอแค่เหรียญใดเหรียญหนึ่งก็พอ
-หนุนยกต่อโอลิมปิกครั้งหน้า
ส่วนนางบุษบา ยอดบางเตย นายกสมาคมยกน้ำหนักฯ และในฐานะผู้จัดการทีม กล่าวว่า โล่งอก หลังจากเครียดมาหลายวัน ในโอลิมปิกครั้งนี้ กีฬายกน้ำหนักชิงชัยเหรียญทองกันตั้งแต่วันแรก พอ เพ็ญศิริ เหล่าศิริกุล และเปรมศิริ บุญพิทักษ์ พลาดเหรียญรางวัลในวันแรก จึงผิดหวัง เพราะอย่างน้อยตั้งใจว่าจะต้องมีเหรียญคล้องคอ พอเก๋ได้เหรียญทอง จึงรู้สึกโล่ง มั่นใจอยู่แล้วว่าจะคว้าเหรียญทอง ถึงแม้ในท่าสแนต์ชจะยกไม่ได้ตามที่คาดไว้ แต่น้ำหนักเหนือกว่าทุกคน
นายกสมาคมยกน้ำหนัก กล่าวว่า ประภาวดีเคยยกได้ดีกว่านี้ ท่าสแนต์ช 100 ก.ก. และคลีนแอนด์เจิร์ก 130 ก.ก. รวมทั้งตอนซ้อมคลีนแอนด์เจิร์กได้ถึง 135 ก.ก. แต่มาสถิติน้อยลง เพราะต้องลดน้ำหนัก จึงมั่นใจตั้งแต่ก่อนแข่งแล้วว่า ได้เหรียญทองแน่นอน เมื่อกลับประเทศไทยจะปล่อยอิสระ 1 เดือน แล้วค่อยเข้าค่ายซ้อมกันต่อ อายุของน้องเก๋แค่ 24 ปี สามารถแข่งโอลิมปิกเกมส์ครั้งหน้าที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้อีกสบายๆ
-โอลิมปิกไทยเพิ่มรางวัลอีกล้าน
นางบุษบากล่าวอีกว่า เมื่อ 4 ปีก่อน ประภาวดีเคยหนีจากค่ายกลับบ้านจ.นครสวรรค์ จะเลิกเล่นยกน้ำหนัก เนื่องจากโกรธที่สมาคมส่งอุดมพร พลศักดิ์ ไปแข่งเอเธนส์เกมส์ ตามไปปลอบใจ พร้อมทั้งยืนยันว่าจะให้การดูแลอย่างดี เหมือนกับลูกสาวคนหนึ่ง จนเจ้าตัวยอมกลับมาแข่งขันอีกครั้ง โดยนับถือตน และพล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย เหมือนพ่อแม่ และอีกสาเหตุหนึ่งที่ต้องไปตามกลับมาให้ได้ คือแม่ชีที่ จ.เชียงใหม่ ที่เป็นเพื่อนกัน ทักว่าดีแล้วที่ไม่ให้ประภา วดี ไปโอลิมปิกที่เอเธนส์ เพราะจะโด่งดังในครั้งต่อไป
ด้านพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย และพล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคไทย กล่าวว่า ยืนยันในคำพูดที่รับปากกับนักกีฬา จะให้รางวัลเก๋งเพิ่มอีก 1,000,000 บาท เพราะสามารถทำลายสถิติได้สำเร็จ โดยประสานทางเบียร์ช้างไว้แล้ว
-น้องเก๋รับอัดฉีดเบื้องต้น 16 ล้าน
พล.อ.ยุทธศักดิ์กล่าวว่า ก่อนแข่งรับปากกับประภา วดี ว่าหากคว้าเหรียญทอง พร้อมทั้งทำลายสถิติโอลิมปิกได้ จะหามามอบให้ 1,000,000 บาท เมื่อทำได้ตามที่พูด ก็จะประสานงานทางบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ที่ก่อนหน้าประกาศจะมอบเงินอัดฉีด 1,000,000 บาท เพิ่มอีก 1,000,000 บาท รวมเป็น 2,000,000 บาท ทำให้ยอดอัดฉีดเฉพาะเงินสด ประภาวดีจะได้แล้วแน่ๆ 16 ล้านบาท แบ่งเป็นจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ 10 ล้านบาท ได้รับทันที 5,000,000 บาท และแบ่งจ่ายเป็นเงินเดือน 5,000,000 บาท บริษัทไทยเบฟเวอเรจ 2,000,000 บาท, แมค โดนัลด์, เอไอเอส, สยามกีฬา, โอสถสภา แห่งละ 1,000,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้, รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า และทรัพย์สินต่างๆ อีก
ส่วนพล.ต.จารึกกล่าวว่า ดีใจแทนสมาคมยกน้ำหนักฯ ที่สามารถทำผลงานในการคว้าเหรียญทองมาได้ ต้องยอมรับว่า นักกีฬา โค้ช และผู้จัดการทีมเหนื่อยและเครียดมากกว่า กับเหรียญทองที่ตั้งใจเอาไว้ ครั้งนี้ยกน้ำหนักเริ่มชิงชัยกันก่อน เพราะจีนคาดหวังจะเอากีฬาประเภทนี้เป็นตัวกระตุ้นให้ประชาชน นักกีฬา ลดความกดดันเพื่อก้าวสู่เจ้าเหรียญทอง
-สื่อนอกตีข่าวถือเคล็ดเปลี่ยนชื่อ
ขณะที่นายธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬา กล่าวว่า ดีใจจริงๆ กับเหรียญทองเหรียญแรก เพราะยกน้ำหนักเป็นกีฬาความหวัง ที่สำคัญเราพลาดในวันแรก จริงๆ น่าจะมีเหรียญรางวัลติดมือ ต้องชมเชยว่ายกน้ำหนักทำได้ดี และลดกระแสแรงกดดันให้กับทีมมวยสมัครเล่น รวมถึงเทควันโด ที่ตั้งเป้าจะคว้าเหรียญทอง และถึงวันนี้ก็ยังเชื่อว่า 2 เหรียญทองที่ตั้งเป้าเอาไว้ น่าจะเข้าตามเป้าที่วางไว้ ส่วนจะได้เพิ่มหรือไม่ ยังไม่อยากจะไปกดดันนักกีฬา และสมาคมกีฬามากนัก ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปจะดีกว่า
เฮทอง- นายจันทร์แก้ว และนางราศี เจริญรัตนธารากูล บิดา-มารดาของ "น้องเก๋" พร้อมเพื่อนบ้านพากันกระโดดชูมือด้วยความดีใจ ระหว่างชมการถ่ายทอดสดจากปักกิ่ง และไม่ผิดหวังเมื่อ "น้องเก๋" คว้าเหรียญทองสำเร็จ